NICO NICO Rent a Car มีบริการอะไรบ้าง? แนะนำประเภทรถเช่าและวิธีเลือกให้เหมาะกับการเที่ยวญี่ปุ่น
Nattamon Khonngamวันที่เผยแพร่ : 4 พฤศจิกายน 2569อ่าน 24 นาที2 ครั้ง

การเดินทางท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่นด้วยการขับรถเช่าด้วยตัวเอง เป็นหนึ่งในรูปแบบการเดินทางที่ได้รับความนิยมอย่างสูงสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย เพราะมอบอิสระในการสำรวจสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ ๆ ที่ระบบขนส่งสาธารณะหรือรถไฟอาจเข้าถึงได้ยาก ไม่ว่าจะเป็นการขับรถลัดเลาะชมธรรมชาติ แวะจุดพักรถเพื่อชิมของอร่อยท้องถิ่น หรือการเดินทางแบบครอบครัวที่มีสัมภาระจำนวนมาก หนึ่งในตัวเลือกบริการรถเช่าที่นักท่องเที่ยวเริ่มพูดถึงกันมากขึ้นคือ NICO NICO Rent a Car ซึ่งโดดเด่นด้วยคอนเซปต์รถเช่าราคาประหยัดที่เข้าถึงง่าย
บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับ NICO NICO Rent a Car อย่างละเอียด ตั้งแต่ประวัติความเป็นมา จุดเด่นที่ทำให้แบรนด์นี้แตกต่างจากผู้ให้บริการรายอื่น ประเภทรถที่มีให้บริการ ไปจนถึงขั้นตอนการจองและเอกสารสำคัญที่คุณต้องเตรียม หากคุณกำลังมองหาข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจทริปหน้า สามารถเข้าไปหาไอเดียเพิ่มเติมเกี่ยวกับการขับรถเที่ยวญี่ปุ่นได้ที่ สถานที่ท่องเที่ยวญี่ปุ่นที่น่าสนใจ หรือวางแผนเส้นทางคลาสสิกอย่างการไปชม ภูเขาไฟฟูจิ รวมไปถึงการเก็บตกที่เที่ยวในเมืองผ่าน คู่มือท่องเที่ยวโตเกียว และ สถานที่ท่องเที่ยวโตเกียว นอกจากนี้ใครที่แวะเวียนไปแถบคันไซก็สามารถดู สถานที่ท่องเที่ยวโอซาก้า ไว้เป็นตัวเลือกได้ ก่อนกลับอย่าลืมเช็กลิสต์ ของฝากจากโตเกียว เพื่อให้ทริปขับรถเที่ยวของคุณสมบูรณ์แบบที่สุด
NICO NICO Rent a Car คือใคร

NICO NICO Rent a Car (ニコニコレンタカー) ดำเนินงานโดยบริษัท Rentas Co., Ltd. (株式会社レンタス) ซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อเดือนธันวาคม ปี ค.ศ. 2008 เป็นหนึ่งในเครือข่ายธุรกิจรถเช่ารายใหญ่ของประเทศญี่ปุ่น ที่มีจุดยืนและโมเดลธุรกิจแตกต่างจากบริษัทรถเช่าแบรนด์ผู้ผลิตรถยนต์อย่างชัดเจน NICO NICO ก่อตั้งขึ้นภายใต้แนวคิด "Eco & Smile" โดยมุ่งเน้นการให้บริการรถเช่าในราคาที่ประหยัดและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โมเดลธุรกิจหลักของพวกเขาคือการนำรถยนต์มือสองที่มีสภาพดี ผ่านการตรวจเช็กสภาพและบำรุงรักษาอย่างเข้มงวดตามมาตรฐานความปลอดภัยของญี่ปุ่น มาให้บริการเช่าในราคาที่ถูกกว่าตลาดทั่วไป
ด้วยการเติบโตอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันเครือข่าย NICO NICO มีพนักงานภายใต้กลุ่มบริษัทบริหารงานรวมกว่า 700 คน และมี จำนวนรถเช่าให้บริการในระบบมากกว่า 8,000 คัน เอกลักษณ์ที่สำคัญที่สุดของ NICO NICO Rent a Car คือโมเดลแฟรนไชส์ที่ร่วมมือกับสถานีบริการน้ำมัน (ปั๊มน้ำมัน) อู่ซ่อมรถ หรือร้านดูแลรักษารถยนต์ ทำให้ปัจจุบันมี สาขาให้บริการมากกว่า 1,450 - 1,500 แห่งทั่วประเทศญี่ปุ่น ส่งผลให้เป็นแบรนด์ที่มีสาขากระจายตัวอยู่ตามแหล่งชุมชนและชานเมืองอย่างหนาแน่นที่สุดแบรนด์หนึ่ง
กลุ่มลูกค้าหลักของ NICO NICO มักจะเป็นคนญี่ปุ่นที่ต้องการใช้รถในระยะเวลาสั้น ๆ เช่น ขับไปซื้อของ ขับไปทำธุระ หรือนักศึกษาและกลุ่มคนทำงานที่ต้องการประหยัดค่าใช้จ่าย สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ NICO NICO เริ่มเปิดรับและพัฒนาระบบเพื่อรองรับมากขึ้น รวมถึงมีเว็บไซต์ภาษาต่างประเทศไว้ให้บริการจอง แต่ยังคงมีข้อจำกัดบางประการที่ต้องทำความเข้าใจก่อนจอง เช่น การไม่มีบริการรถรับ-ส่ง (Shuttle Service) ที่สนามบินในบางสาขา หรือความจำเป็นที่ต้องสื่อสารภาษาญี่ปุ่นพื้นฐานหากไปใช้บริการในสาขาท้องถิ่นที่ไม่ได้อยู่ในโซนท่องเที่ยวหลัก
5 สาขา NICO NICO Rent a Car ที่สะดวกสำหรับนักท่องเที่ยว
แม้ว่า NICO NICO Rent a Car จะมีจุดเด่นเรื่องสาขาตามแหล่งชุมชนและปั๊มน้ำมัน แต่สำหรับนักท่องเที่ยว การเลือกสาขาที่อยู่ใกล้จุดเชื่อมต่อการเดินทางหลักจะช่วยให้การรับและคืนรถสะดวกยิ่งขึ้น นี่คือ 5 ทำเลสาขาที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย
1. สาขาสนามบินนานาชาตินาริตะ (Narita International Airport - Chiba) สาขา Niconico Rent-A-Car ในพื้นที่ใกล้สนามบินนาริตะ เหมาะสำหรับรับรถทันทีที่ถึงญี่ปุ่นเพื่อขับเที่ยวชิบะหรือโทโฮกุ (อาจต้องนั่งรถไฟระยะสั้นหรือแท็กซี่ไปปั๊มน้ำมันที่เป็นจุดรับรถ)
2. สาขาสนามบินฮาเนดะ (Haneda Airport - Tokyo) สาขา NICONICORENTACAR เหมาะสำหรับผู้ที่บินลงฮาเนดะ สามารถรับรถแล้วขับเข้าโตเกียว หรือลงใต้ไปโยโกฮาม่าและฮาโกเน่ได้สะดวก โดยไม่ต้องลากกระเป๋าไกล
3. สาขาสถานีโตเกียว (Tokyo Station) จุดเชื่อมต่อ สถานีรถไฟโตเกียว หากพักใจกลางเมือง แนะนำให้นั่งรถไฟจากสถานีโตเกียวออกไปรับรถที่สาขาใกล้เคียงบนสายยามาโนเตะ เพื่อเลี่ยงรถติดและค่าจอดรถที่แพงมากในย่านธุรกิจ
4. สาขาสถานีชินโอซาก้า (Shin-Osaka Station) สาขา Nico Nico Rent-a-Car Shin-Osaka Sta. North ใกล้ศูนย์กลางชินคันเซ็นภูมิภาคคันไซ เดินจากสถานีไม่ไกล รับรถปุ๊บสามารถขับเที่ยวเกียวโต นารา หรือโกเบต่อได้ทันที
5. สาขาสนามบินชินชิโตเสะ (New Chitose Airport - Hokkaido) สาขา Niko Niko Rental Agency New Chitose Airport Branch จุดรับรถหลักสำหรับคนที่ต้องการขับตระเวนเที่ยวฮอกไกโด มีบริการพร้อมยางหิมะ (Snow Tires) สำหรับการเช่าในช่วงฤดูหนาว
ทำไมถึงควรเลือก NICO NICO Rent a Car ในญี่ปุ่น
ข้อได้เปรียบที่ชัดเจนที่สุดของ NICO NICO Rent a Car คือ ราคาที่ประหยัดมาก เมื่อเทียบกับบริษัทรถเช่าแบรนด์หลัก ด้วยกลยุทธ์การใช้รถยนต์มือสองสภาพดี ทำให้พวกเขาสามารถกดราคาเริ่มต้นสำหรับรถขนาดเล็ก (Class S) ให้อยู่ในระดับที่จับต้องได้ง่าย เช่น แคมเปญ 12 ชั่วโมงในราคาเพียงหลักพันเยนต้นๆ (ตัวเลข 2525 พ้องเสียงกับคำว่า นิโกะ นิโกะ ที่แปลว่ารอยยิ้มในภาษาญี่ปุ่น)
นอกจากเรื่องราคาแล้ว ความที่มีสาขาซ่อนตัวอยู่ตามปั๊มน้ำมันทั่วประเทศ ทำให้ NICO NICO เป็นตัวเลือกที่ดีหากคุณไปพักในย่านที่อยู่อาศัย หรือย่านชานเมืองที่ไม่มีบริษัทรถเช่าใหญ่ๆ ไปเปิดให้บริการ คุณสามารถเดินจากที่พักไปรับรถที่ปั๊มน้ำมันใกล้บ้านได้อย่างง่ายดาย อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องแลกมาคือ ตัวรถอาจจะไม่ได้เป็นรุ่นใหม่ป้ายแดง อาจมีรอยขีดข่วนบ้าง และเทคโนโลยีภายในรถ เช่น ระบบนำทาง (GPS) อาจจะไม่ได้อัปเดตล่าสุด หรือบางคันอาจรองรับแค่ภาษาญี่ปุ่น ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถแก้ปัญหาได้โดยการใช้ Google Maps บนสมาร์ทโฟนแทน
ภาพรวมตลาดรถเช่าในประเทศญี่ปุ่น

ตลาดรถเช่าในญี่ปุ่นสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มหลัก กลุ่มแรกคือ บริษัทรถเช่าระดับพรีเมียมและแบรนด์ผู้ผลิตรถยนต์ (เช่น Toyota Rent a Car, Nissan Rent a Car, ORIX, Nippon Rent-A-Car) ซึ่งบริษัทกลุ่มนี้จะให้บริการด้วยรถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุด มีศูนย์บริการที่กว้างขวาง มีพนักงานที่พูดภาษาอังกฤษได้ และมีบริการรองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติอย่างเต็มรูปแบบ ทั้งการรับคืนรถต่างสาขา (One-way drop off) และอุปกรณ์เสริมครบครัน
กลุ่มที่สองคือ บริษัทรถเช่าราคาประหยัด (Budget Car Rental) ซึ่ง NICO NICO Rent a Car จัดอยู่ในกลุ่มนี้ รวมถึงแบรนด์อื่นๆ อย่าง Guts Rent a Car หรือ 100 Yen Rent a Car บริษัทกลุ่มนี้เน้นบริหารต้นทุนด้วยการใช้รถยนต์มือสอง ลดพื้นที่หน้าร้านโดยไปตั้งอยู่ตามปั๊มน้ำมัน และมักจะมีข้อจำกัดเรื่องการคืนรถต่างสาขา การให้บริการลูกค้าต่างชาติอาจจะยังไม่ครอบคลุม 100% แต่แลกมาด้วยราคาที่ถูกกว่ากลุ่มแรกถึง 30-50% ซึ่งตอบโจทย์นักท่องเที่ยวสายประหยัดที่มีประสบการณ์ในการขับรถและใช้แอปพลิเคชันนำทางด้วยตนเอง
NICO NICO Rent a Car มีรถประเภทไหนให้เลือกบ้าง

ด้วยความที่เป็นรถมือสอง ตัวเลือกของ NICO NICO จึงมีความหลากหลายและขึ้นอยู่กับสต็อกของแต่ละสาขา โดยทั่วไปจะแบ่งเป็นคลาสต่างๆ ดังนี้
รถยนต์ขนาดเล็ก (K-Class / Kei Car)
รถยนต์ขนาด 660cc ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของญี่ปุ่น (เช่น Daihatsu Move, Suzuki Wagon R, Honda N-BOX) เหมาะสำหรับการเดินทาง 2 คน พร้อมกระเป๋าเดินทางใบเล็ก ขับขี่ง่ายในซอยแคบ ประหยัดน้ำมันสูงมาก และค่าทางด่วนถูกกว่ารถทั่วไป เหมาะกับการขับในระยะทางสั้นๆ ภายในจังหวัด
รถยนต์ Compact (S-Class)
รถเก๋ง 5 ประตูขนาดกะทัดรัด (เช่น Honda Fit, Toyota Vitz/Yaris, Nissan Note) เหมาะสำหรับผู้เดินทาง 2-3 คน พร้อมสัมภาระขนาดกลาง ขับขี่ได้มั่นคงขึ้น เหมาะสำหรับการวิ่งข้ามเมืองหรือขึ้นทางด่วน
รถ Sedan และ Wagon (M-Class / L-Class)
รถยนต์ซีดาน 4 ประตู หรือรถสเตชั่นแวกอนที่เน้นพื้นที่เก็บสัมภาระท้ายรถ ให้ความสะดวกสบายในการโดยสารมากขึ้น เหมาะสำหรับกลุ่ม 4 คน หรือผู้ที่ต้องเดินทางไกลและต้องการสมรรถนะการขับขี่ที่ดี
รถ Minivan สำหรับครอบครัว (F-Class / V-Class)
รถตู้ขนาด 6-8 ที่นั่ง (เช่น Toyota Voxy, Nissan Serena, Honda StepWGN) เหมาะอย่างยิ่งสำหรับครอบครัวที่มีเด็ก ผู้สูงอายุ หรือกลุ่มเพื่อนที่มีกระเป๋าเดินทางใบใหญ่หลายใบ การจัดสรรพื้นที่ทำได้ยืดหยุ่น แต่ต้องระวังเรื่องความสูงของรถเมื่อเข้าจอดในอาคารจอดรถบางแห่ง
(เช็ครายละเอียดรถแต่ละคลาสเพิ่มเติมได้ที่: https://niconicorentacar.jp/th/vehicles-rates)
NICO NICO Rent a Car Japan ราคาเท่าไร
ราคาเช่ารถของ NICO NICO จะถูกแบ่งออกตามระดับสมาชิกและระยะเวลาการเช่า (เช่น 6 ชั่วโมง, 12 ชั่วโมง, 24 ชั่วโมง และวันถัดไป) ปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาประกอบด้วย:
คลาสของรถ: รถ Kei Car จะมีราคาถูกที่สุด ไล่ขึ้นไปจนถึงรถ Minivan
สถานะสมาชิก: การสมัครสมาชิกผ่านแอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์ของ NICO NICO จะทำให้ได้รับเรตราคาพิเศษ (Web Reservation Rate) ซึ่งถูกกว่าการเดินเข้าไปจองหน้าร้าน
ประกันภัย: ค่าเช่าพื้นฐานมักจะรวมประกันภัยภาคบังคับแล้ว แต่ยังไม่รวมค่าชดเชยความเสียหายส่วนแรก (CDW) และค่าชดเชยการเสียโอกาสทางธุรกิจ (NOC)
ช่วงฤดูกาล: ในช่วงวันหยุดยาวของญี่ปุ่น (Golden Week, Obon, ปีใหม่) หรือฤดูท่องเที่ยว อาจมีการปรับขึ้นราคา (High Season Surcharge)
อุปกรณ์เสริม: เบาะนั่งสำหรับเด็ก (Child Seat) หรือบริการเช่าบัตร ETC
ประกันรถเช่าญี่ปุ่นที่ต้องรู้ (CDW และ NOC)
การทำความเข้าใจระบบประกันภัยเป็นสิ่งสำคัญมากเมื่อเช่ารถในญี่ปุ่น
CDW (Collision Damage Waiver): คือการซื้อความคุ้มครองเพื่อยกเว้นความรับผิดชอบค่าเสียหายส่วนแรก (Deductible) หากเกิดอุบัติเหตุ โดยปกติหากไม่ซื้อ CDW เมื่อเกิดอุบัติเหตุผู้เช่าอาจต้องจ่ายค่าเสียหายส่วนแรกประมาณ 50,000 เยน แต่หากซื้อ CDW ไว้ ผู้เช่าจะไม่ต้องจ่ายส่วนนี้ (ยกเว้นกรณีทำผิดเงื่อนไขสัญญา)
NOC (Non-Operation Charge): คือค่าชดเชยการเสียโอกาสทางธุรกิจให้แก่บริษัทรถเช่า ในกรณีที่รถเกิดอุบัติเหตุหรือเลอะเทอะจนไม่สามารถนำไปปล่อยเช่าต่อได้ทันที หากรถยังขับกลับมาคืนที่สาขาได้จะเสียประมาณ 20,000 เยน หากรถขับกลับไม่ได้และต้องใช้รถลาก จะเสียประมาณ 50,000 เยน หลายบริษัทมีแพ็กเกจประกันที่ครอบคลุมการยกเว้น NOC (NOC Waiver) ให้เลือกซื้อเพิ่มเติม
ตารางตัวอย่างประมาณการค่าใช้จ่ายรายวัน (ไม่รวมน้ำมันและทางด่วน)
หมายเหตุ: ราคาในตารางเป็นเพียงตัวอย่างประมาณการจากเรตราคาคลาส S (Compact) สำหรับ 24 ชั่วโมง โปรดตรวจสอบราคาจริงจากเว็บไซต์ของผู้ให้บริการอีกครั้ง
รายการ | ประมาณการค่าใช้จ่าย (เยน) | หมายเหตุ |
ค่าเช่ารถพื้นฐาน (24 ชม. - Class S) | 4,200 - 5,500 | ราคาอาจแตกต่างกันตามสถานะสมาชิก |
ประกันภัย CDW | 1,100 - 1,650 | ต่อวัน แนะนำให้ซื้อทุกครั้งเพื่อความสบายใจ |
ประกันภัย NOC / แพ็กเกจพรีเมียม | 500 - 1,000 | ต่อวัน (ถ้ามีให้บริการ) |
เบาะนั่งสำหรับเด็ก (Child Seat) | 550 - 1,100 | ต่อชิ้น / ต่อวัน |
รวมค่าใช้จ่ายเบื้องต้นต่อวัน | 6,350 - 9,250 | ขึ้นอยู่กับตัวเลือกเสริมที่เลือกใช้ |
วิธีจอง NICO NICO Rent a Car แบบทีละขั้นตอน
การจอง NICO NICO สำหรับชาวต่างชาติอาจมีความท้าทายเล็กน้อย เนื่องจากเว็บไซต์หลักและแอปพลิเคชันส่วนใหญ่เป็นภาษาญี่ปุ่น แต่สามารถใช้ฟังก์ชันแปลภาษาของเบราว์เซอร์ช่วยได้
เข้าเว็บไซต์ทางการ: ไปที่เว็บไซต์ของ NICO NICO Rent a Car

เลือกสาขา: ค้นหาสาขาจากสถานีรถไฟ สนามบิน หรือภูมิภาคที่คุณต้องการ แนะนำให้ตรวจสอบเวลาเปิด-ปิดของแต่ละสาขาให้ละเอียด เพราะบางปั๊มน้ำมันไม่ได้เปิด 24 ชั่วโมง
กำหนดวันและเวลา: เลือกวันที่รับรถและวันที่คืนรถ ระบบจะคำนวณราคาตามระยะเวลา (6 ชม., 12 ชม., 24 ชม.)

เลือกประเภทรถ: เลือกรถตามจำนวนผู้โดยสารและสัมภาระ ระบบจะแสดงคลาสรถที่ว่างในสาขานั้นๆ
เลือกตัวเลือกเสริม: ติ๊กเลือกการซื้อประกันภัย CDW (แนะนำอย่างยิ่ง) และระบุว่าต้องการเช่าเบาะเด็กหรือไม่

ตรวจสอบและยืนยัน: ระบบจะสรุปค่าใช้จ่ายทั้งหมด กรอกข้อมูลส่วนตัวผู้เช่า และยืนยันการจอง ในบางกรณีอาจชำระเงินล่วงหน้าผ่านบัตรเครดิต หรือเลือกไปชำระที่หน้าร้านในวันรับรถ

เก็บหลักฐาน: แคปเจอร์หน้าจอยืนยันการจองและอีเมลไว้เพื่อนำไปแสดงที่สาขา
เอกสารที่ต้องใช้ในการเช่ารถญี่ปุ่น
เพื่อให้การรับรถราบรื่น นักท่องเที่ยวชาวไทยต้องเตรียมเอกสารดังต่อไปนี้ (ต้องใช้ตัวจริงทั้งหมด และห้ามลืมเด็ดขาด)
หนังสือเดินทาง (Passport): ที่ยังไม่หมดอายุ และมีตราประทับเข้าประเทศญี่ปุ่นอย่างถูกต้อง
ใบขับขี่ไทย: แม้กฎหมายญี่ปุ่นจะไม่เรียกตรวจ แต่บริษัทรถเช่าบางแห่งขอตรวจสอบร่วมกับใบขับขี่สากล
ใบขับขี่สากล (International Driving Permit): ต้องเป็นอนุสัญญาเจนีวา ค.ศ. 1949 (Geneva Convention 1949) เท่านั้น สำหรับประเทศไทย ปกจะเป็นสีขาว มีอายุ 1 ปี หากนำใบขับขี่สากลอนุสัญญาเวียนนา (ปกสีเทา) ไป จะไม่สามารถใช้เช่ารถในญี่ปุ่นได้เด็ดขาด อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่ วิธีทำใบขับขี่สากลสำหรับเดินทางไปญี่ปุ่น
เอกสารยืนยันการจอง: อีเมลหรือหน้าจอยืนยันการจอง
บัตรเครดิต: บัตรเครดิตที่มีชื่อตรงกับผู้เช่าหลัก สำหรับใช้ชำระเงินและมัดจำ (บางสาขาอาจรับเงินสด แต่บัตรเครดิตปลอดภัยกว่า)
วิธีรับรถเช่า NICO NICO ในญี่ปุ่น
เมื่อถึงวันรับรถ ให้เผื่อเวลาดำเนินการประมาณ 20-30 นาที
ติดต่อเคาน์เตอร์: เข้าไปที่ปั๊มน้ำมันหรือร้านค้าที่เป็นสาขาของ NICO NICO แจ้งชื่อหรือยื่นเอกสารการจองให้พนักงาน
ตรวจสอบเอกสารและชำระเงิน: พนักงานจะขอดูพาสปอร์ตและใบขับขี่สากล พร้อมให้อ่านเงื่อนไขสัญญาเช่า (บางสาขาอาจมีคู่มือภาษาอังกฤษให้) จากนั้นทำการชำระเงิน
ตรวจสภาพรถ: พนักงานจะพาไปที่รถ เดินตรวจรอบคันพร้อมกัน สำคัญมาก: หากพบรอยบุบ รอยขูดขีด หรือกระจกร้าว ให้แจ้งพนักงานบันทึกลงในเอกสารทันที และควรถ่ายรูปหรือวิดีโอรอบคันเก็บไว้เป็นหลักฐาน
การใช้อุปกรณ์: สอบถามวิธีเปิดฝาถังน้ำมัน วิธีปรับเบาะ และหากมีบัตร ETC Card ของตัวเอง ให้เสียบเข้าไปในช่องอ่านบัตร (ETC Reader) ทันที
การคืนรถเช่าในญี่ปุ่นต้องทำอย่างไร
เติมน้ำมันให้เต็มถัง: กฎเหล็กของการคืนรถเช่าในญี่ปุ่นคือต้อง "เติมน้ำมันเต็มถัง" (満タン - Mantan) และต้องเติมจากปั๊มน้ำมันในรัศมีใกล้เคียงกับสาขาที่คืนรถ พร้อมเก็บ "ใบเสร็จค่าน้ำมัน" ไว้แสดงให้พนักงานดูว่าเพิ่งเติมมาจริงๆ (ข้อดีของ NICO NICO คือสาขามักจะอยู่ในปั๊มน้ำมันอยู่แล้ว คุณสามารถขับเข้ามาเติมและคืนรถได้ในจุดเดียว)
ตรงเวลา: ควรคืนรถก่อนถึงเวลาที่กำหนด หากทราบล่วงหน้าว่าจะล่าช้าเนื่องจากรถติด ต้องรีบโทรแจ้งสาขาทันที การคืนรถช้าโดยไม่แจ้งล่วงหน้าจะมีค่าปรับในอัตราที่สูงมาก
เก็บสัมภาระ: ตรวจสอบลิ้นชักหน้ารถ ใต้เบาะ และกระโปรงหลังให้แน่ใจว่าไม่มีสัมภาระหรือพาสปอร์ตตกหล่น
ขับรถเที่ยวญี่ปุ่นต้องรู้อะไรบ้าง

ขับรถชิดซ้าย: ประเทศญี่ปุ่นขับรถชิดซ้าย และพวงมาลัยอยู่ฝั่งขวา เช่นเดียวกับประเทศไทย ทำให้คนไทยปรับตัวได้ง่ายมาก
ป้ายหยุด (STOP / 止まれ - Tomare): ป้ายสามเหลี่ยมสีแดงคว่ำ หรือป้ายที่มีคำว่า 止まれ หากเจอหน้าปากซอยหรือทางแยก ต้องเหยียบเบรคให้รถหยุดสนิท 100% (ล้อตาย) อย่างน้อย 3 วินาที มองซ้ายขวา ก่อนจะเคลื่อนรถต่อไป การชะลอโดยไม่หยุดสนิทถือว่าผิดกฎหมายจราจรขั้นร้ายแรง
คนเดินเท้าคือพระเจ้า: หากมีคนยืนรอข้ามทางม้าลาย รถต้องหยุดให้คนข้ามเสมอ ห้ามบีบแตรไล่เด็ดขาด
การใช้ทางด่วน (ETC): ทางด่วนในญี่ปุ่นราคาค่อนข้างสูง หากรถมีระบบ ETC และคุณมีบัตร ETC ให้ขับเข้าช่องสีม่วง (ETC) แต่ถ้าไม่มีบัตร ให้เข้าช่องสีเขียว (一般 - General) เพื่อรับตั๋วและจ่ายเงินสดหรือบัตรเครดิตที่ด่านทางลง
ฤดูหนาวและยางหิมะ: หากเช่ารถในช่วงฤดูหนาว (ธันวาคม - มีนาคม) ในภูมิภาคที่หิมะตก เช่น ฮอกไกโด โทโฮกุ หรือแถบภูเขา ต้องแน่ใจว่ารถได้ติดตั้ง Snow Tires แล้ว และควรขับรถด้วยความระมัดระวัง ใช้เอนจิ้นเบรคให้มากขึ้น
Zero Tolerance สำหรับแอลกอฮอล์: ญี่ปุ่นมีกฎหมายเมาแล้วขับที่เข้มงวดที่สุดในโลก หากผู้ขับขี่ดื่มแอลกอฮอล์ ผู้โดยสารที่นั่งมาด้วยจะโดนจับและรับโทษทางกฎหมายไปพร้อมกัน
ข้อดีและข้อจำกัดของการเช่ารถเที่ยวญี่ปุ่น
เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจระหว่างการเช่ารถและการใช้รถไฟ/รถบัส
ปัจจัยเปรียบเทียบ | การเช่ารถขับเอง | การใช้ระบบขนส่งสาธารณะ (รถไฟ/รถบัส) |
ค่าใช้จ่าย | คุ้มค่าเมื่อเดินทาง 3-4 คนขึ้นไป (หารค่าเช่าและทางด่วน) | คุ้มค่าสำหรับเดินทาง 1-2 คน (สามารถใช้พาสเหมาจ่ายได้) |
กระเป๋าสัมภาระ | โยนใส่ท้ายรถได้เลย ไม่ต้องแบกขึ้นลงบันไดสถานี | ต้องลากกระเป๋าฝ่าฝูงชน และรถไฟบางขบวนต้องจองที่วางกระเป๋าล่วงหน้า |
ความยืดหยุ่น | แวะถ่ายรูปตรงไหนก็ได้ แวะร้านสะดวกซื้อได้ตลอดเวลา | ต้องเดินทางตามตารางเวลาเป๊ะๆ พลาดรอบเดียวอาจเสียแผนทั้งวัน |
การเข้าถึงพื้นที่ | เข้าถึงธรรมชาติ ลานกางเต็นท์ ออนเซ็นลับ ได้อย่างอิสระ | จำกัดอยู่แค่สถานที่ที่มีสถานีรถไฟหรือป้ายรถบัส |
การขับขี่ในเมืองใหญ่ | ค่าจอดรถแพงมาก รถติด และหาที่จอดรถยาก (ไม่แนะนำในใจกลางโตเกียว/โอซาก้า) | สะดวกรวดเร็ว ตรงเวลา และเข้าถึงทุกย่านการค้า |
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ NICO NICO Rent a Car (FAQ)
NICO NICO Rent a Car คือบริษัทอะไร? เครือข่ายรถเช่าราคาประหยัดในญี่ปุ่นที่นำรถยนต์มือสองสภาพดีมาให้บริการเช่า มักมีสาขาตั้งอยู่ตามสถานีบริการน้ำมัน
คนไทยสามารถจองและเช่ารถได้หรือไม่? เช่าได้ หากมีใบขับขี่สากลตามอนุสัญญาเจนีวา 1949 และมีพาสปอร์ตที่ถูกต้อง
NICO NICO Rent a Car ราคาเท่าไร? เริ่มต้นประมาณ 4,000 - 5,000 เยนต่อวันสำหรับรถขนาดเล็ก (ราคาขึ้นอยู่กับคลาสรถและระยะเวลา)
ต้องใช้ใบขับขี่สากลประเภทใด? อนุสัญญาเจนีวา 1949 (Geneva Convention 1949) เล่มสีขาวเท่านั้น
ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง? พาสปอร์ต ใบขับขี่สากล ใบขับขี่ไทย เอกสารยืนยันการจอง และบัตรเครดิต
สามารถรับรถและคืนรถคนละสาขาได้หรือไม่ (One-way rental)? ส่วนใหญ่ NICO NICO มักจะไม่อนุญาตให้คืนรถต่างสาขา หรือหากมีบริการ พื้นที่จะจำกัดมากๆ ต้องเช็กเงื่อนไขรายสาขา
มีรถสำหรับครอบครัวหรือผู้โดยสารหลายคนหรือไม่? มีรถตู้ Minivan (คลาส F หรือ V) ให้บริการ แต่ต้องจองล่วงหน้าเพราะมีจำนวนจำกัด
ต้องจองรถล่วงหน้านานแค่ไหน? แนะนำให้จองล่วงหน้า 1-2 เดือน โดยเฉพาะช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วงที่รถเช่าจะเต็มเร็วมาก
ค่าเช่ารวมประกันภัยหรือไม่? ค่าเช่าพื้นฐานรวมประกันภัยบุคคลที่สามแล้ว แต่ไม่รวม CDW (ยกเว้นค่าเสียหายส่วนแรก) ซึ่งผู้เช่าต้องซื้อเพิ่มเอง
หากคืนรถช้าจะเกิดอะไรขึ้น? จะโดนคิดค่าปรับล่าช้า (Late Charge) ในอัตราที่สูงกว่าค่าเช่าปกติ หากรู้ตัวว่าช้าต้องโทรแจ้งสาขาทันที
ต้องจ่ายค่าทางด่วนและค่าน้ำมันอย่างไร? ค่าน้ำมันผู้เช่ารับผิดชอบเองโดยการเติมให้เต็มถังก่อนคืน ค่าทางด่วนจ่ายตามจริงที่ด่าน หรือเช่าบัตร ETC เพื่อหักบัตรเครดิตในภายหลัง
สภาพรถของ NICO NICO เก่าเกินไปหรือไม่? แม้จะเป็นรถมือสอง แต่ผ่านการซ่อมบำรุงตามมาตรฐานความปลอดภัยที่เข้มงวดของญี่ปุ่น (Shaken) รถใช้งานได้ดี แต่อาจมีร่องรอยภายนอกบ้าง
NICO NICO Rent a Car เหมาะกับใคร
นักท่องเที่ยวสายประหยัด (Budget Traveler): ที่ต้องการคุมงบประมาณค่าเดินทาง และนำเงินส่วนต่างไปเป็นค่าอาหารหรือค่าที่พัก
นักท่องเที่ยวที่มีประสบการณ์: เคยไปญี่ปุ่นแล้ว เคยเช่ารถขับแล้ว และสามารถพึ่งพา Google Maps หรือแอปนำทางในมือถือได้ โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาระบบในรถที่อาจเป็นภาษาญี่ปุ่น
การเดินทางระยะสั้น: เหมาะกับการเช่า 1-2 วันเพื่อขับไปเที่ยวต่างจังหวัดแล้วนำกลับมาคืนที่เดิม
ผู้ที่พักนอกย่านศูนย์กลาง: เนื่องจากสาขาของ NICO NICO มักอยู่ในปั๊มน้ำมันใกล้แหล่งชุมชน
กลุ่มที่ไม่เหมาะ: หากคุณต้องการรถใหม่ป้ายแดง ต้องการบริการเคาน์เตอร์สื่อสารภาษาอังกฤษคล่องแคล่ว หรือต้องการรับรถที่โตเกียวแต่ไปคืนที่โอซาก้า ควรพิจารณาบริษัทรถเช่าแบรนด์ระดับประเทศ (เช่น Nissan, Toyota, ORIX) แทน
เช่ารถญี่ปุ่น บริษัทไหนดี
การเลือกบริษัทรถเช่าขึ้นอยู่กับความต้องการและงบประมาณของคุณ:
เน้นความครอบคลุมและบริการมาตรฐาน: Toyota Rent a Car, Nissan Rent a Car, Nippon Rent-A-Car และ ORIX Rent a Car เหมาะสมที่สุด มีสาขาทุกสนามบิน มีบริการรับคืนต่างสาขา
เน้นราคาถูก คุ้มค่า: NICO NICO Rent a Car, Budget, หรือ Times Car Rental จะตอบโจทย์ได้ดีกว่า หรือศึกษาบทความรวม เช่ารถญี่ปุ่น บริษัทไหนดี เพื่อประกอบการตัดสินใจค่ะ
บทสรุป ขับรถเที่ยวญี่ปุ่นให้สนุกและปลอดภัย เตรียมตัวให้พร้อมก่อนเดินทาง
การเช่ารถขับในประเทศญี่ปุ่นคือการเปิดประตูสู่ประสบการณ์การท่องเที่ยวที่ไร้ขีดจำกัด NICO NICO Rent a Car เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเซฟงบประมาณ ด้วยคอนเซปต์รถเช่ามือสองคุณภาพดีจากปั๊มน้ำมันท้องถิ่น อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่สุดของการขับรถเที่ยวต่างประเทศคือ "ความปลอดภัยและการเคารพกฎจราจร"
ก่อนเดินทาง อย่าลืมเตรียมใบขับขี่สากล (อนุสัญญาเจนีวา 1949) ให้พร้อม ศึกษาป้ายจราจรที่สำคัญอย่างป้าย "หยุด (Tomare)" และทำความเข้าใจเรื่องประกันภัยรถเช่าอย่าง CDW และ NOC ทุกครั้งเพื่อความสบายใจไร้กังวล สำหรับใครที่กำลังวางแผนทริป สามารถเข้ามาหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเส้นทางท่องเที่ยวและเกร็ดความรู้เรื่องการเช่ารถได้ที่บล็อกของ MIDO Car Rental เพื่อให้ทริปญี่ปุ่นครั้งต่อไปของคุณเต็มไปด้วยความสนุกและราบรื่นที่สุด!
เกี่ยวกับผู้เขียน

Nattamon Khonngam
Online Marketing
Bachelor of Business Administration, Kasetsart University (2014–2018)
Master’s Degree in Marketing and Management, Western University (Current)
Online Marketer, specializing in Content Marketing, SEO & Digital Marketing
Skilled in AI, Data Analytics, Content Strategy & Critical Thinking.



