อัปเดต 40 ที่เที่ยวญี่ปุ่น ยอดฮิต 2026 เที่ยวเมืองไหนดี เที่ยวได้ทั้งปี
Nattamon Khonngamวันที่เผยแพร่ : 31 สิงหาคม 2569อ่าน 40 นาที101 ครั้ง

อัปเดต 40 ที่เที่ยวญี่ปุ่น ยอดฮิต 2026 เที่ยวเมืองไหนดี เที่ยวได้ทั้งปี
ประเทศญี่ปุ่นยังคงครองใจนักท่องเที่ยวชาวไทยอย่างเหนียวแน่น ไม่ว่าจะไปเยือนกี่ครั้งก็ยังมีสถานที่ใหม่ ๆ และความประทับใจรออยู่เสมอ สำหรับใครที่กำลังวางแผนทริปในปี 2026 ยาวไปถึง 2027 แต่ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะไปเที่ยวเมืองไหนดี เพราะญี่ปุ่นนั้นสามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี มีความสวยงามแตกต่างกันไปในแต่ละฤดูกาล วันนี้เราได้รวบรวมพิกัด 40 ที่เที่ยวญี่ปุ่น ยอดฮิต 2026 มาแบ่งเป็นหมวดหมู่ตามภูมิภาคต่างๆ ให้คุณได้เลือกแพลนทริปกันอย่างจุใจ
วันนี้ MIDO Car Rental นำข้อมูลดี ๆ มาฝากค่ะ รวม 40 สถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตในญี่ปุ่น ที่เหมาะกับการเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะหรือขับรถเที่ยว ให้คุณและครอบครัวสามารถออกแบบเส้นทางได้อย่างอิสระ แวะเที่ยวได้ตามใจ และใช้เวลาไปกับทุกจุดหมายได้อย่างเต็มที่ไปดูกันเลยว่า 40 สถานที่ยอดฮิต มีที่ไหนบ้าง!
เที่ยวภูมิภาคคันโต (Kanto) - มหานครโตเกียวและบริเวณโดยรอบ
โซนยอดฮิตที่เดินทางง่าย ผสมผสานทั้งความเจริญระดับโลก แหล่งช้อปปิ้งชั้นนำ และธรรมชาติที่อยู่ไม่ไกลจากเมืองหลวง
1. โตเกียวดิสนีย์แลนด์ (Tokyo Disneyland)

สวนสนุกระดับโลกที่เป็นจุดหมายปลายทางแห่งความฝันของใครหลายคน ภายในแบ่งออกเป็น 7 โซนธีมต่างๆ ที่เต็มไปด้วยเครื่องเล่นสุดสนุก ขบวนพาเหรดสุดตระการตา และโชว์แสงสีเสียงยามค่ำคืน ไม่ว่าคุณจะมากับครอบครัว กลุ่มเพื่อน หรือคนรัก ที่นี่ก็พร้อมมอบประสบการณ์สุดมหัศจรรย์ให้เสมอ นอกจากนี้ในแต่ละฤดูกาลยังมีการตกแต่งและอีเวนต์พิเศษ เช่น ฮาโลวีน หรือคริสต์มาส ที่ทำให้การมาเยือนทุกครั้งไม่เคยซ้ำแบบ
ที่ตั้ง: 1-1 Maihama, Urayasu, Chiba 279-0031 ญี่ปุ่น
พิกัด: Google Maps
เวลาเปิด–ปิด: 09:00–21:00 น. (อาจเปลี่ยนแปลงตามวันและฤดูกาล)
เว็บไซต์ทางการ / แหล่งที่มา: tokyodisneyresort.jp
แนะนำวิธีการเดินทาง: นั่งรถไฟ JR สาย Keiyo ลงสถานี Maihama หรือหากเช่ารถขับจากตัวเมืองโตเกียวใช้เวลาเพียง 30-40 นาที มีลานจอดรถกว้างขวาง
2. วัดเซ็นโซจิ หรือ วัดอาซากุสะ (Senso-ji Temple)

วัดพุทธที่เก่าแก่ที่สุดในโตเกียวและเป็นสัญลักษณ์สำคัญของเมือง โดดเด่นด้วย "โคมแดงขนาดยักษ์" ที่ประตูคามินาริมง (Kaminarimon) เมื่อเดินผ่านประตูเข้าไปจะพบกับถนนช้อปปิ้งนากามิเสะที่เรียงรายไปด้วยร้านขายของที่ระลึก ขนมพื้นเมือง และสตรีทฟู้ดสไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิม นักท่องเที่ยวนิยมมาเช่าชุดกิโมโนเดินถ่ายรูป ไหว้พระขอพร และรับการปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายจากควันธูปหน้ากระถางใบใหญ่บริเวณหน้าวิหารหลัก
ที่ตั้ง: 2 Chome-3-1 Asakusa, Taito City, Tokyo 111-0032 ญี่ปุ่น
พิกัด: Google Maps
เวลาเปิด–ปิด: บริเวณวัดเปิดตลอด 24 ชั่วโมง (วิหารหลักเปิด 06:00–17:00 น.)
เว็บไซต์ทางการ / แหล่งที่มา: senso-ji.jp
แนะนำวิธีการเดินทาง: นั่งรถไฟใต้ดินสาย Ginza, Asakusa หรือ Tobu Skytree ลงที่สถานี Asakusa เดินต่อเพียง 5 นาที
3. โตเกียวสกายทรี (Tokyo Skytree)

หอคอยกระจายสัญญาณที่สูงที่สุดในญี่ปุ่นด้วยความสูงถึง 634 เมตร ถือเป็นแลนด์มาร์กยุคใหม่ของโตเกียว ด้านบนมีจุดชมวิว 2 ระดับคือ Tembo Deck และ Tembo Galleria ที่ให้คุณมองเห็นทิวทัศน์ของมหานครโตเกียวได้แบบ 360 องศา และในวันที่ฟ้าเปิดยังสามารถมองเห็นภูเขาไฟฟูจิได้อีกด้วย ด้านล่างของหอคอยเป็นที่ตั้งของศูนย์การค้า Tokyo Solamachi ที่มีทั้งร้านอาหาร พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ และร้านขายของที่ระลึกมากมาย
ที่ตั้ง: 1 Chome-1-2 Oshiage, Sumida City, Tokyo 131-0045 ญี่ปุ่น
พิกัด: Google Maps
เวลาเปิด–ปิด: 10:00–21:00 น. (เข้าชมรอบสุดท้าย 20:00 น.)
เว็บไซต์ทางการ / แหล่งที่มา: tokyo-skytree.jp
แนะนำวิธีการเดินทาง: นั่งรถไฟ Tobu Skytree Line ลงสถานี Tokyo Skytree หรือรถไฟใต้ดินสาย Hanzomon/Asakusa ลงสถานี Oshiage
4. ห้าแยกชิบูย่า (Shibuya Crossing)

สัญลักษณ์แห่งความวุ่นวายที่มีเสน่ห์ที่สุดในโลก เมื่อสัญญาณไฟคนข้ามสว่างขึ้น ผู้คนนับพันจะเดินข้ามทางม้าลายจากทุกทิศทางพร้อมๆ กันโดยไม่ชนกันเลย ถือเป็นภาพสะท้อนไลฟ์สไตล์ที่เร่งรีบแต่มั่นคงของคนโตเกียว บริเวณรอบๆ เต็มไปด้วยห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร และคาเฟ่ จุดถ่ายรูปยอดฮิตคือการถ่ายจากคาเฟ่มุมสูง หรือการไปทักทายรูปปั้นสุนัขผู้ซื่อสัตย์ "ฮาจิโกะ" ที่ตั้งอยู่หน้าสถานี
ที่ตั้ง: 2 Chome-2-1 Dogenzaka, Shibuya City, Tokyo 150-0043 ญี่ปุ่น
พิกัด: Google Maps
เวลาเปิด–ปิด: เปิดตลอด 24 ชั่วโมง
เว็บไซต์ทางการ / แหล่งที่มา: gotokyo.org
แนะนำวิธีการเดินทาง: นั่งรถไฟ JR หรือรถไฟใต้ดิน ลงที่สถานี Shibuya ออกทางออก Hachiko Exit
5. ศาลเจ้าเมจิ (Meiji Shrine)

ศาลเจ้าชินโตที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในโตเกียว สร้างขึ้นเพื่ออุทิศแด่จักรพรรดิเมจิและจักรพรรดินีโชเกน ความพิเศษของที่นี่คือการตั้งอยู่ใจกลางป่าทึบที่มีต้นไม้กว่าแสนต้นใจกลางเมืองอันวุ่นวาย เมื่อเดินผ่านประตูโทริอิไม้ขนาดยักษ์เข้าไป คุณจะสัมผัสได้ถึงความร่มรื่นและเงียบสงบในทันที ในช่วงปีใหม่จะมีชาวญี่ปุ่นมาสักการะขอพรที่นี่มากที่สุดในประเทศ และมักจะเห็นพิธีแต่งงานแบบชินโตดั้งเดิมจัดขึ้นที่นี่บ่อยครั้ง
ที่ตั้ง: 1-1 Yoyogikamizonocho, Shibuya City, Tokyo 151-8557 ญี่ปุ่น
พิกัด: Google Maps
เวลาเปิด–ปิด: 05:20–17:20 น. (เวลาเปิดปิดเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและพระอาทิตย์ขึ้น-ตก)
เว็บไซต์ทางการ / แหล่งที่มา: meijijingu.or.jp
แนะนำวิธีการเดินทาง: นั่งรถไฟ JR สาย Yamanote ลงที่สถานี Harajuku เดินเข้าทางเข้าหลักได้เลย
6. ทีมแล็บ แพลเน็ตส์ โตเกียว (teamLab Planets TOKYO)

พิพิธภัณฑ์ศิลปะดิจิทัลที่ฉีกกฎการชมงานศิลปะแบบเดิมๆ ที่นี่ให้คุณสัมผัสงานศิลปะผ่านประสาทสัมผัสทั้งห้า โดยคุณจะต้องถอดรองเท้าและเดินลุยน้ำไปตามห้องต่างๆ งานศิลปะแสง สี เสียง จะเปลี่ยนแปลงไปตามการโต้ตอบของผู้เข้าชม ไฮไลต์คือห้องที่เต็มไปด้วยดอกไม้ลอยได้ และห้องไฟคริสตัลระยิบระยับที่ถ่ายรูปออกมาได้สวยงามล้ำจินตนาการ เป็นอีกหนึ่งจุดหมายที่สายอาร์ตและสายถ่ายรูปห้ามพลาด
ที่ตั้ง: 6 Chome-1-16 Toyosu, Koto City, Tokyo 135-0061 ญี่ปุ่น
พิกัด: Google Maps
เวลาเปิด–ปิด: 09:00–22:00 น.
เว็บไซต์ทางการ / แหล่งที่มา: planets.teamlab.art
แนะนำวิธีการเดินทาง: นั่งรถไฟสาย Yurikamome ลงที่สถานี Shin-Toyosu เดินต่ออีก 1 นาที
7. ทะเลสาบคาวากุจิโกะ (Lake Kawaguchiko)

หนึ่งในทะเลสาบทั้งห้าที่อยู่รอบภูเขาไฟฟูจิ และเป็นจุดชมวิวฟูจิที่เข้าถึงง่ายและได้รับความนิยมสูงสุด ที่นี่สวยงามตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะเป็นช่วงซากุระบานริมทะเลสาบในฤดูใบไม้ผลิ ทุ่งลาเวนเดอร์ในฤดูร้อน ใบไม้เปลี่ยนสีสุดโรแมนติกในฤดูใบไม้ร่วง หรือวิวฟูจิสวมหมวกหิมะเต็มใบในฤดูหนาว มีกิจกรรมมากมาย ทั้งนั่งกระเช้า Kachi Kachi, ล่องเรือชมทะเลสาบ หรือแช่ออนเซ็นในเรียวกัง
ที่ตั้ง: Fujikawaguchiko, Minamitsuru District, Yamanashi 401-0300 ญี่ปุ่น
พิกัด: Google Maps
เวลาเปิด–ปิด: เปิดตลอด 24 ชั่วโมง
เว็บไซต์ทางการ / แหล่งที่มา: fujisan.ne.jp
แนะนำวิธีการเดินทาง: การเช่ารถขับจากโตเกียวเป็นวิธีที่แนะนำที่สุด ใช้เวลาประมาณ 1.5 - 2 ชั่วโมง ให้คุณแวะถ่ายรูปจุดต่างๆ รอบทะเลสาบได้อย่างอิสระโดยไม่ต้องรอรถบัส
8. สวนอุเอโนะ (Ueno Park)

สวนสาธารณะขนาดใหญ่ใจกลางโตเกียวที่เป็นศูนย์รวมของวัฒนธรรมและธรรมชาติ ภายในสวนเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ชั้นนำหลายแห่ง เช่น พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติโตเกียว พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ รวมถึงสวนสัตว์อุเอโนะที่มีหมีแพนด้าเป็นดาวเด่น ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ สวนแห่งนี้จะแปรสภาพเป็นจุดชมซากุระยอดฮิตที่มีต้นซากุระกว่าพันต้นบานสะพรั่ง ดึงดูดผู้คนมาปิกนิกชมดอกไม้กันอย่างเนืองแน่น
ที่ตั้ง: Uenokoen, Taito City, Tokyo 110-0007 ญี่ปุ่น
พิกัด: Google Maps
เวลาเปิด–ปิด: 05:00–23:00 น.
เว็บไซต์ทางการ / แหล่งที่มา: kensetsu.metro.tokyo.lg.jp
แนะนำวิธีการเดินทาง: นั่งรถไฟ JR, Tokyo Metro สาย Ginza หรือ Hibiya ลงที่สถานี Ueno
9. ย่านมินาโตะมิไร โยโกฮาม่า (Minatomirai)

เขตเมืองใหม่ริมท่าเรือของเมืองโยโกฮาม่าที่เต็มไปด้วยความทันสมัยและบรรยากาศสุดโรแมนติก โดดเด่นด้วยชิงช้าสวรรค์ขนาดยักษ์ Cosmo Clock 21, ห้างสรรพสินค้าอิฐแดงโกดังเก่า (Red Brick Warehouse) ที่ถูกดัดแปลงเป็นแหล่งช้อปปิ้งชิคๆ และพิพิธภัณฑ์บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป (Cupnoodles Museum) ที่คุณสามารถทำบะหมี่ถ้วยในแบบของตัวเองได้ เป็นเมืองท่าที่เดินเล่นรับลมทะเลได้เพลินตลอดวัน
ที่ตั้ง: Minatomirai, Nishi Ward, Yokohama, Kanagawa 220-0012 ญี่ปุ่น
พิกัด: Google Maps
เวลาเปิด–ปิด: พื้นที่สาธารณะเปิด 24 ชั่วโมง (ห้างและพิพิธภัณฑ์เปิด 10:00–20:00 น.)
เว็บไซต์ทางการ / แหล่งที่มา: yokohama-akarenga.jp
แนะนำวิธีการเดินทาง: นั่งรถไฟใต้ดินสาย Minatomirai ลงที่สถานี Minatomirai หรือขับรถเช่าจากโตเกียวใช้เวลาเพียง 40 นาที
10. หมู่บ้านบ่อน้ำใส โอชิโนะฮักไก (Oshino Hakkai)

หมู่บ้านเล็กๆ ใกล้ทะเลสาบคาวากุจิโกะที่มีบ่อน้ำใสสะอาด 8 บ่อ ซึ่งเกิดจากการละลายของหิมะบนยอดภูเขาไฟฟูจิ ไหลซึมผ่านชั้นหินภูเขาไฟลงมาเป็นเวลาหลายสิบปี ทำให้น้ำในบ่อมีความใสบริสุทธิ์จนมองเห็นก้นบ่อและปลาคาร์ฟที่แหวกว่ายได้อย่างชัดเจน ภายในหมู่บ้านยังมีบ้านเรือนทรงโบราณ ร้านขายของฝาก และร้านอาหารที่ใช้น้ำบริสุทธิ์นี้ในการทำโซบะและเต้าหู้ เป็นจุดพักผ่อนที่ถ่ายรูปมุมไหนก็สวย
ที่ตั้ง: Shibokusa, Oshino, Minamitsuru District, Yamanashi 401-0511 ญี่ปุ่น
พิกัด: Google Maps
เวลาเปิด–ปิด: 09:00–17:00 น. (พื้นที่รอบๆ เดินชมได้ตลอด)
เว็บไซต์ทางการ / แหล่งที่มา: vill.oshino.yamanashi.jp
แนะนำวิธีการเดินทาง: เนื่องจากอยู่ห่างจากสถานีรถไฟ การใช้บริการเช่ารถขับมาเที่ยวเชื่อมกับโซนทะเลสาบคาวากุจิโกะจะสะดวกและประหยัดเวลามากที่สุด
เที่ยวภูมิภาคคันไซ (Kansai) - โอซาก้า เกียวโต นารา
ดินแดนแห่งวัฒนธรรมดั้งเดิมที่ผสมผสานความสนุกสนานและสีสันของเมืองใหญ่ สวรรค์ของคนรักสถาปัตยกรรมเก่าแก่และอาหารการกิน
11. ยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ เจแปน (USJ)

สวนสนุกชื่อดังระดับโลกในเมืองโอซาก้าที่มอบความบันเทิงเต็มรูปแบบ ไฮไลต์เด็ดที่พลาดไม่ได้คือโซน The Wizarding World of Harry Potter ที่จำลองปราสาทฮอกวอตส์และหมู่บ้านฮอกส์มี้ดมาอย่างสมจริง และโซนใหม่ล่าสุดอย่าง Super Nintendo World ที่จะพาคุณหลุดเข้าไปในโลกของเกมมาริโอ้ พร้อมเครื่องเล่นสุดล้ำมากมาย เป็นสถานที่ที่ต้องใช้เวลาเที่ยวแบบเต็มวันเพื่อเก็บเกี่ยวความสนุกให้ครบ
ที่ตั้ง: 2 Chome-1-33 Sakurajima, Konohana Ward, Osaka 554-0031 ญี่ปุ่น
พิกัด: Google Maps
เวลาเปิด–ปิด: 09:00–21:00 น. (เวลาทำการอาจเปลี่ยนแปลงตามวัน)
เว็บไซต์ทางการ / แหล่งที่มา: usj.co.jp / https://www.the-kansai-guide.com/
แนะนำวิธีการเดินทาง: นั่งรถไฟ JR สาย Yumesaki ลงที่สถานี Universal City
12. ปราสาทโอซาก้า (Osaka Castle)

หนึ่งในปราสาทที่มีชื่อเสียงที่สุดของญี่ปุ่น และเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของเมืองโอซาก้า ตัวปราสาทห้าชั้นตั้งตระหง่านอยู่บนฐานหินขนาดใหญ่ ล้อมรอบด้วยคูน้ำและกำแพงหินที่แข็งแกร่ง ภายในถูกดัดแปลงเป็นพิพิธภัณฑ์จัดแสดงประวัติศาสตร์ของตระกูลโทโยโทมิและเมืองโอซาก้า บริเวณรอบปราสาทเป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นจุดชมดอกพลัมและดอกซากุระที่สวยงามตระการตาในช่วงฤดูใบไม้ผลิ
ที่ตั้ง: 1-1 Osakajo, Chuo Ward, Osaka 540-0002 ญี่ปุ่น
พิกัด: Google Maps
เวลาเปิด–ปิด: 09:00–17:00 น. (เข้าชมรอบสุดท้าย 16:30 น.)
เว็บไซต์ทางการ / แหล่งที่มา: osakacastle.net
แนะนำวิธีการเดินทาง: นั่งรถไฟใต้ดินลงสถานี Tanimachi 4-chome หรือรถไฟ JR ลงสถานี Osakajokoen
13. ย่านโดทงโบริและชินไซบาชิ (Dotonbori & Shinsaibashi)

ย่านช้อปปิ้งและแหล่งของกินที่คึกคักที่สุดในโอซาก้า เต็มไปด้วยป้ายไฟนีออนสามมิติขนาดยักษ์ รวมถึงป้ายนักวิ่งกูลิโกะอันโด่งดังที่ทุกคนต้องมาแวะถ่ายรูป ที่นี่คือสวรรค์ของนักชิม คุณสามารถตระเวนกินของอร่อยท้องถิ่นอย่าง ทาโกะยากิ โอโคโนมิยากิ และคุชิคัตสึ (ของทอดเสียบไม้) ได้ตลอดสองฝั่งคลอง ส่วนย่านชินไซบาชิที่เชื่อมต่อกันก็เต็มไปด้วยร้านเครื่องสำอาง เสื้อผ้าแฟชั่น และสินค้าแบรนด์เนม
ที่ตั้ง: 1 Chome-9 Dotonbori, Chuo Ward, Osaka 542-0071 ญี่ปุ่น
พิกัด: Google Maps
เวลาเปิด–ปิด: พื้นที่สาธารณะเปิด 24 ชั่วโมง ร้านค้าส่วนใหญ่เปิด 11:00–23:00 น.
เว็บไซต์ทางการ / แหล่งที่มา: dotonbori.or.jp/ https://www.touristjapan.com
แนะนำวิธีการเดินทาง: นั่งรถไฟใต้ดินลงสถานี Namba เดินเพียง 3-5 นาที
14. ศาลเจ้าฟุชิมิอินาริ (Fushimi Inari Taisha)

ศาลเจ้าชินโตที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเกียวโต โด่งดังจากภาพ "เสาโทริอิสีแดงพันต้น" (Senbon Torii) ที่ตั้งเรียงรายทอดยาวเป็นอุโมงค์ขึ้นไปบนภูเขาอินาริ สร้างความงดงามและลึกลับ ศาลเจ้าแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อบูชาเทพอินาริ (เทพแห่งข้าวและการเกษตร) โดยมีรูปปั้นสุนัขจิ้งจอกซึ่งเป็นผู้ส่งสารของเทพเจ้าตั้งอยู่ทั่วบริเวณ การเดินขึ้นเขาไปจนสุดทางถือเป็นการพักผ่อนหย่อนใจและได้ชมวิวเมืองเกียวโตในมุมสูง
ที่ตั้ง: 68 Fukakusa Yabunouchicho, Fushimi Ward, Kyoto 612-0882 ญี่ปุ่น
พิกัด: Google Maps
เวลาเปิด–ปิด: เปิดตลอด 24 ชั่วโมง
เว็บไซต์ทางการ / แหล่งที่มา: inari.jp
แนะนำวิธีการเดินทาง: นั่งรถไฟ JR สาย Nara ลงที่สถานี Inari ศาลเจ้าตั้งอยู่ตรงข้ามสถานี
15. วัดคิโยมิสึเดระ หรือ วัดน้ำใส (Kiyomizu-dera)

วัดมรดกโลกที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงที่สุดในเกียวโต จุดเด่นคืออาคารไม้หลักที่มีระเบียงขนาดใหญ่ยื่นออกไปที่ริมหน้าผา โดยสร้างขึ้นโดยไม่ใช้ตะปูแม้แต่ตัวเดียว จากระเบียงนี้สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของเมืองเกียวโตได้กว้างไกล ด้านล่างมีน้ำตกโอโตวะ (Otowa Waterfall) ที่แยกออกเป็น 3 สาย เชื่อกันว่าหากดื่มน้ำจากสายใดสายหนึ่งจะสมหวังในเรื่อง สุขภาพ ความรัก หรือความสำเร็จทางการศึกษา ถนนทางเดินขึ้นวัดยังมีร้านค้าของฝากมากมาย
ที่ตั้ง: 1 Chome-294 Kiyomizu, Higashiyama Ward, Kyoto 605-0862 ญี่ปุ่น
พิกัด: Google Maps
เวลาเปิด–ปิด: 06:00–18:00 น.
เว็บไซต์ทางการ / แหล่งที่มา: kiyomizudera.or.jp
แนะนำวิธีการเดินทาง: นั่งรถบัสเมืองเกียวโต สาย 100 หรือ 206 ลงที่ป้าย Gojozaka หรือ Kiyomizu-michi แล้วเดินขึ้นเนินประมาณ 10-15 นาที
16. ป่าไผ่อาราชิยาม่า (Arashiyama Bamboo Grove)

หนึ่งในแลนด์มาร์กทางธรรมชาติที่สวยงามที่สุดของเกียวโต ทางเดินเท้าเล็กๆ ที่ถูกขนาบข้างด้วยต้นไผ่สีเขียวชอุ่มที่สูงเสียดฟ้า เมื่อแสงแดดลอดผ่านใบไผ่ลงมาจะเกิดความรู้สึกที่สงบร่มเย็นราวกับหลุดเข้าไปในอีกโลกหนึ่ง นอกจากป่าไผ่แล้ว โซนอาราชิยาม่ายังมีสะพานโทเก็ตสึเคียว (Togetsukyo Bridge) และรถไฟสายโรแมนติก Sagano ที่นักท่องเที่ยวนิยมมาชมใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง
ที่ตั้ง: Sagatenryuji Susukinobabacho, Ukyo Ward, Kyoto 616-8385 ญี่ปุ่น
พิกัด: Google Maps
เวลาเปิด–ปิด: เปิดตลอด 24 ชั่วโมง
เว็บไซต์ทางการ / แหล่งที่มา: kyoto.travel / www.jrailpass.com
แนะนำวิธีการเดินทาง: นั่งรถไฟ JR สาย Sagano ลงสถานี Saga-Arashiyama เดินต่อประมาณ 10 นาที
17. วัดคินคะคุจิ หรือ วัดทอง (Kinkaku-ji)

วัดนิกายเซนที่งดงามโดดเด่นด้วยศาลาสีทองอร่าม 3 ชั้นที่ตั้งอยู่ริมสระน้ำ เคียวโกจิ (Kyoko-chi) แผ่นทองคำเปลวที่เคลือบอยู่ด้านนอกศาลาจะสะท้อนแสงแดดเป็นประกาย ถ่ายภาพออกมาสวยงามราวกับภาพวาด โดยเฉพาะในฤดูหนาวที่หิมะปกคลุมหลังคาศาลาสีทอง จะยิ่งสร้างคอนทราสต์ที่สวยงามจับใจ ภายในวัดยังมีสวนญี่ปุ่นที่จัดแต่งอย่างประณีตให้เดินเล่นรับความสงบ
ที่ตั้ง: 1 Kinkakujicho, Kita Ward, Kyoto 603-8361 ญี่ปุ่น
พิกัด: Google Maps
เวลาเปิด–ปิด: 09:00–17:00 น.
เว็บไซต์ทางการ / แหล่งที่มา: shokoku-ji.jp
แนะนำวิธีการเดินทาง: นั่งรถบัสเมืองเกียวโต สาย 101 หรือ 205 จากสถานี Kyoto ลงที่ป้าย Kinkakuji-michi
18. สวนนาราและวัดโทไดจิ (Nara Park & Todai-ji Temple)

นาราอดีตเมืองหลวงเก่าที่มีเสน่ห์ไม่แพ้เกียวโต ไฮไลต์คือ "สวนนารา" สวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่เป็นบ้านของกวางป่ากว่าพันตัว ซึ่งชาวเมืองเชื่อว่าเป็นผู้ส่งสารของเทพเจ้า คุณสามารถซื้อเซมเบ้เพื่อป้อนอาหารกวางได้อย่างใกล้ชิด ภายในสวนยังเป็นที่ตั้งของ "วัดโทไดจิ" อาคารไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งประดิษฐานองค์พระพุทธรูปไดบุตสึขนาดมหึมาที่น่าเกรงขาม
ที่ตั้ง: Nara, 630-8211 ญี่ปุ่น
พิกัด: Google Maps
เวลาเปิด–ปิด: สวนเปิด 24 ชั่วโมง (วัดโทไดจิเปิด 07:30–17:30 น.)
เว็บไซต์ทางการ / แหล่งที่มา: nara-park.com
แนะนำวิธีการเดินทาง: ขับรถเช่า จากโอซาก้ามาถึงนาราใช้เวลาเพียง 40-50 นาที มีลานจอดรถใกล้จุดท่องเที่ยว หรือนั่งรถไฟสาย Kintetsu ลงสถานี Kintetsu Nara
19. โกเบ ฮาร์เบอร์แลนด์ (Kobe Harborland)

ย่านช้อปปิ้งและความบันเทิงริมอ่าวโกเบ เป็นจุดที่เหมาะสำหรับการมาเดินเล่นรับลมทะเลในยามเย็น ที่นี่มีศูนย์การค้าขนาดใหญ่ ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า Umie และชิงช้าสวรรค์ที่ประดับไฟสวยงาม เมื่อพระอาทิตย์ตกดิน บริเวณนี้จะกลายเป็นจุดชมวิวกลางคืนที่โรแมนติกที่สุดแห่งหนึ่งในคันไซ โดยมีฉากหลังเป็นโกเบพอร์ตทาวเวอร์ (Kobe Port Tower) สีแดงโดดเด่น
ที่ตั้ง: 1 Chome-3 Higashikawasakicho, Chuo Ward, Kobe, Hyogo 650-0044 ญี่ปุ่น
พิกัด: Google Maps
เวลาเปิด–ปิด: พื้นที่สาธารณะเปิด 24 ชั่วโมง ร้านค้าเปิด 10:00–21:00 น.
เว็บไซต์ทางการ / แหล่งที่มา: harborland.co.jp
แนะนำวิธีการเดินทาง: นั่งรถไฟ JR ลงสถานี Kobe เดินประมาณ 5 นาที
20. ปราสาทฮิเมจิ (Himeji Castle)

ได้รับการยกย่องว่าเป็นปราสาทที่สวยงามและสมบูรณ์ที่สุดของญี่ปุ่น รอดพ้นจากสงครามและภัยพิบัติมาได้จนถึงปัจจุบัน ด้วยรูปลักษณ์ภายนอกที่ทาสีขาวสว่างตาและสถาปัตยกรรมที่ดูเหมือนนกกำลังกางปีก จึงได้รับฉายาว่า "ปราสาทนกกระยางขาว" ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกและสมบัติประจำชาติ ภายในมีระบบป้องกันข้าศึกที่ซับซ้อนให้เดินศึกษา และยังเป็นจุดชมซากุระบานที่ยิ่งใหญ่มากในฤดูใบไม้ผลิ
ที่ตั้ง: 68 Honmachi, Himeji, Hyogo 670-0012 ญี่ปุ่น
พิกัด: Google Maps
เวลาเปิด–ปิด: 09:00–16:00 น. (ปิดประตู 17:00 น.)
เว็บไซต์ทางการ / แหล่งที่มา: himejicastle.jp
แนะนำวิธีการเดินทาง: นั่งรถไฟชินคันเซ็นจากโอซาก้าใช้เวลาประมาณ 30 นาที หรือหากเช่ารถขับจะใช้เวลาประมาณ 1.5 ชั่วโมง
เที่ยวภูมิภาคฮอกไกโดและโทโฮคุ (Hokkaido & Tohoku) - ธรรมชาติและแดนหิมะ
หากคุณหลงรักธรรมชาติ ภูเขา ทะเลสาบ ใบไม้เปลี่ยนสี และกิจกรรมฤดูหนาว ภูมิภาคทางตอนเหนือของญี่ปุ่นนี้คือสวรรค์ของคุณ การขับรถเที่ยวที่นี่เป็นที่นิยมอย่างมาก
21. สวนโอโดริ ซัปโปโร (Odori Park)

สวนสาธารณะแนวยาวที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองซัปโปโร ทำหน้าที่เป็นเหมือนโอเอซิสสีเขียวผ่ากลางเมือง ในฤดูร้อนสวนนี้จะเต็มไปด้วยดอกไม้ประดับ น้ำพุ และเทศกาลเบียร์ ส่วนในฤดูหนาวจะถูกเปลี่ยนเป็นสถานที่จัด "เทศกาลหิมะซัปโปโร" (Sapporo Snow Festival) ที่โด่งดังไปทั่วโลก โดยมีการสร้างประติมากรรมน้ำแข็งและหิมะขนาดยักษ์สุดอลังการ ปลายสุดของสวนเป็นที่ตั้งของหอคอยทีวีซัปโปโร (Sapporo TV Tower) จุดชมวิวเมืองแบบมุมกว้าง
ที่ตั้ง: 7 Chome Odorinishi, Chuo Ward, Sapporo, Hokkaido 060-0042 ญี่ปุ่น
พิกัด: Google Maps
เวลาเปิด–ปิด: เปิดตลอด 24 ชั่วโมง
เว็บไซต์ทางการ / แหล่งที่มา: sapporo-park.or.jp
แนะนำวิธีการเดินทาง: สามารถเดินเท้าจากสถานีรถไฟ Sapporo ได้เลย หรือนั่งรถไฟใต้ดินลงสถานี Odori
22. คลองโอตารุ (Otaru Canal)

เมืองท่าเรือโบราณที่แสนโรแมนติก คลองโอตารุถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้ในการขนถ่ายสินค้าในอดีต ปัจจุบันโกดังอิฐแดงเก่าแก่ที่เรียงรายอยู่ริมคลองถูกดัดแปลงเป็นร้านค้าน่ารักๆ ร้านแก้วเป่า ร้านขายกล่องดนตรี และร้านอาหารทะเลสดๆ ทางเดินริมคลองประดับด้วยโคมไฟสไตล์วิกตอเรีย โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวที่หิมะตกและมีการจัดเทศกาลแสงเทียน (Otaru Snow Light Path) ที่นี่จะกลายเป็นจุดหมายปลายทางที่สวยงามราวกับเทพนิยาย
ที่ตั้ง: Minatomachi, Otaru, Hokkaido 047-0007 ญี่ปุ่น
พิกัด: Google Maps
เวลาเปิด–ปิด: เปิดตลอด 24 ชั่วโมง
เว็บไซต์ทางการ / แหล่งที่มา: otaru.gr.jp/https://travel.rakuten.com
แนะนำวิธีการเดินทาง: หากใช้บริการรถเช่า ขับจากซัปโปโรใช้เวลาเพียง 45 นาที มีที่จอดรถใกล้จุดท่องเที่ยว ทำให้การแวะซื้อของฝากและเดินทางต่อสะดวกมาก
23. หมู่บ้านนิงเกิ้ลเทอร์เรซ (Ningle Terrace)

หมู่บ้านงานคราฟต์ที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางป่าสนในเมืองฟุราโน่ กระท่อมไม้ซุงแต่ละหลังคือร้านขายของที่ระลึกงานฝีมือที่ทำจากวัสดุธรรมชาติ เช่น ไม้ เครื่องหนัง และกระดาษ ทางเดินไม้ที่เชื่อมต่อระหว่างกระท่อมถูกประดับประดาด้วยไฟวอร์มไวท์ ในช่วงฤดูหนาวที่หิมะตกหนาฟู เกาะตามหลังคากระท่อมและกิ่งสน บรรยากาศของที่นี่จะอบอุ่นและโรแมนติกถึงขีดสุด เป็นจุดถ่ายรูปยอดฮิตบนโซเชียลมีเดีย
ที่ตั้ง: Nakagoryo, Furano, Hokkaido 076-8511 ญี่ปุ่น
พิกัด: Google Maps
เวลาเปิด–ปิด: 12:00–20:45 น. (เวลาอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล)
เว็บไซต์ทางการ / แหล่งที่มา: princehotels.co.jp / www.facebook.com/chillchilljapan/posts
แนะนำวิธีการเดินทาง: การเช่ารถขับจากซัปโปโรใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง เหมาะกับการทำ Road Trip แวะสวนดอกไม้และฟาร์มชีสในละแวกนั้น
24. สวนสัตว์อาซาฮิยามะ (Asahiyama Zoo)

สวนสัตว์ที่ได้รับความนิยมอันดับต้นๆ ของญี่ปุ่น จุดเด่นคือการออกแบบกรงสัตว์ที่ให้ผู้มาเยือนสามารถเฝ้าดูพฤติกรรมตามธรรมชาติของสัตว์ได้อย่างใกล้ชิด ไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดคือ "พาเหรดเพนกวิน" ที่จะจัดขึ้นเฉพาะในช่วงฤดูหนาวที่มีหิมะตกหนาเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีอุโมงค์แก้วใต้น้ำให้คุณมองดูหมีขั้วโลกและแมวน้ำว่ายน้ำผ่านหัวไปมาอย่างสนุกสนาน
ที่ตั้ง: Kuranuma Higashiasahikawacho, Asahikawa, Hokkaido 078-8205 ญี่ปุ่น
พิกัด: Google Maps
เวลาเปิด–ปิด: 09:30–17:15 น. (ฤดูร้อน) / 10:30-15:30 น. (ฤดูหนาว)
เว็บไซต์ทางการ / แหล่งที่มา: city.asahikawa.hokkaido.jp/hello2day.com
แนะนำวิธีการเดินทาง: ขับรถเช่าจากตัวเมืองซัปโปโรใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง หรือนั่งรถไฟ JR ไปยังสถานี Asahikawa แล้วต่อรถบัส
25. โรงงานช็อกโกแลตชิโรอิ โคอิบิโตะ (Shiroi Koibito Park)

โรงงานผลิตขนมคุกกี้สอดไส้ช็อกโกแลตขาว "Shiroi Koibito" ของฝากอันดับหนึ่งจากฮอกไกโด ที่นี่ถูกสร้างขึ้นในธีมสวนสนุกสไตล์ยุโรป คุณสามารถชมกระบวนการผลิตคุกกี้ เข้าร่วมเวิร์กชอปทำขนมของตัวเอง และเดินเล่นในสวนกุหลาบด้านนอกที่มีหอนาฬิกาซึ่งจะมีหุ่นยนต์กลไกออกมาเต้นระบำทุกๆ ชั่วโมง เป็นสถานที่ที่เด็กๆ ชื่นชอบและผู้ใหญ่ก็เพลิดเพลินได้
ที่ตั้ง: 2 Chome-11-36 Miyanosawa 2 Jo, Nishi Ward, Sapporo, Hokkaido 063-0052 ญี่ปุ่น
พิกัด: Google Maps
เวลาเปิด–ปิด: 10:00–17:00 น.
เว็บไซต์ทางการ / แหล่งที่มา: shiroikoibitopark.jp
แนะนำวิธีการเดินทาง: นั่งรถไฟใต้ดินสาย Tozai ลงสถานี Miyanosawa เดินต่อประมาณ 7 นาที
26. จุดชมวิวเขาฮาโกดาเตะ (Mt. Hakodate Ropeway)

จุดชมวิวจากยอดเขาฮาโกดาเตะได้รับการโหวตให้เป็นจุดชมวิวกลางคืนที่สวยติดอันดับ 1 ใน 3 ของญี่ปุ่น ความพิเศษคือรูปร่างของแผ่นดินที่คอดกิ่วขนาบข้างด้วยทะเลสองฝั่ง เมื่อแสงไฟจากอาคารบ้านเรือนสว่างขึ้นในยามค่ำคืน จะเกิดเป็นภาพที่งดงามราวกับอัญมณีส่องประกาย นักท่องเที่ยวนิยมขึ้นกระเช้าลอยฟ้าไปชมวิวก่อนช่วงพระอาทิตย์ตกดินเพื่อชมการเปลี่ยนผ่านของท้องฟ้า
ที่ตั้ง: 19-7 Motomachi, Hakodate, Hokkaido 040-0054 ญี่ปุ่น
พิกัด: Google Maps
เวลาเปิด–ปิด: 10:00–22:00 น. (ตามรอบกระเช้า)
เว็บไซต์ทางการ / แหล่งที่มา: 334.co.jp
แนะนำวิธีการเดินทาง: นั่งรถรางเมืองฮาโกดาเตะลงป้าย Jujigai เดินขึ้นเนินไปยังสถานีกระเช้า
27. หมู่บ้านจิ้งจอกซาโอะ (Zao Fox Village)

แหล่งท่องเที่ยวสุด Unseen ในจังหวัดมิยางิ ที่นี่เป็นบ้านของสุนัขจิ้งจอกกว่า 100 ตัว ทั้งจิ้งจอกแดง จิ้งจอกเงิน และจิ้งจอกอาร์กติก ที่ปล่อยให้วิ่งเล่นอย่างอิสระในพื้นที่เปิด นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมและซื้ออาหารป้อนจิ้งจอกได้ในพื้นที่ที่จัดไว้ (ต้องปฏิบัติตามกฎอย่างเคร่งครัด) ในช่วงฤดูหนาวที่จิ้งจอกมีขนฟูหนาและนอนขดตัวบนกองหิมะ จะเป็นภาพที่น่ารักน่าเอ็นดูที่สุด
ที่ตั้ง: 11-3 Fukuokayatsumiya, Shiroishi, Miyagi 989-0733 ญี่ปุ่น
พิกัด: Google Maps
เวลาเปิด–ปิด: 09:00–16:00 น.
เว็บไซต์ทางการ / แหล่งที่มา: zao-fox-village.com
แนะนำวิธีการเดินทาง: แนะนำให้เช่ารถขับจากตัวเมืองเซนได ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ซึ่งจะสะดวกกว่าการพึ่งพารถสาธารณะที่มีรอบวิ่งจำกัด
28. กินซังออนเซ็น (Ginzan Onsen)

หมู่บ้านออนเซ็นเล็กๆ กลางหุบเขาในจังหวัดยามากาตะ ที่นี่มีชื่อเสียงจากเรียวกังไม้โบราณ 3-4 ชั้นที่ตั้งเรียงรายขนาบสองฝั่งแม่น้ำ บรรยากาศเงียบสงบเหมือนย้อนเวลากลับไปในยุคไทโช โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงพลบค่ำที่ตะเกียงก๊าซหน้าโรงแรมถูกจุดส่องสว่าง และมีหิมะโปรยปรายลงมา ที่นี่ถูกกล่าวขานว่าเป็นหนึ่งในสถานที่ที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับแอนิเมชันเรื่อง Spirited Away ของค่าย Ghibli
ที่ตั้ง: Ginzanshinhata, Obanazawa, Yamagata 999-4333 ญี่ปุ่น
พิกัด: Google Maps
เวลาเปิด–ปิด: เปิดตลอด 24 ชั่วโมง (ออนเซ็นแบบไปเช้าเย็นกลับขึ้นอยู่กับเวลาเรียวกัง)
เว็บไซต์ทางการ / แหล่งที่มา: ginzanonsen.jp
แนะนำวิธีการเดินทาง: นั่งรถไฟชินคันเซ็นลงสถานี Oishida แล้วต่อรถบัสประจำทาง หรือขับรถยนต์ไปจอดที่ลานจอดรถด้านนอกหมู่บ้าน
29. ลำธารโออิราเสะ (Oirase Stream)

เส้นทางเดินป่าเลียบขนานไปกับลำธารภูเขาที่มีความยาวกว่า 14 กิโลเมตร ในจังหวัดอาโอโมริ จุดเด่นของที่นี่คือความอุดมสมบูรณ์ของป่าไม้ น้ำตกหลายสิบแห่ง และโขดหินที่ปกคลุมด้วยมอสสีเขียว ในช่วงปลายเดือนตุลาคม ลำธารแห่งนี้จะกลายเป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่งดงามและมีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น เป็นสวรรค์ของช่างภาพและผู้ที่รักการเดินป่า
ที่ตั้ง: Okuse, Towada, Aomori 034-0301 ญี่ปุ่น
พิกัด: Google Maps
เวลาเปิด–ปิด: เปิดตลอด 24 ชั่วโมง
เว็บไซต์ทางการ / แหล่งที่มา: towadako.or.jp
แนะนำวิธีการเดินทาง: ใช้บริการเช่ารถขับจะสะดวกที่สุด เพราะสามารถจอดรถแวะถ่ายรูปตามจุดต่างๆ เลียบถนนลัดเลาะลำธารได้ตามอัธยาศัย
30. ปราสาทฮิโรซากิ (Hirosaki Castle)

ปราสาทโบราณที่ตั้งอยู่ในสวนฮิโรซากิ จังหวัดอาโอโมริ แม้ตัวปราสาทจะเหลือเพียงอาคารป้อมปราการ 3 ชั้น แต่ความโดดเด่นของที่นี่คือต้นซากุระกว่า 2,600 ต้น ที่พร้อมใจกันบานสะพรั่งในช่วงปลายเดือนเมษายนถึงต้นพฤษภาคม ไฮไลต์เด็ดคือภาพของกลีบซากุระร่วงหล่นลงมาปกคลุมคูน้ำรอบปราสาทจนกลายเป็นพรมสีชมพู (Hanaikada) ซึ่งเป็นภาพที่งดงามเกินคำบรรยาย
ที่ตั้ง: 1 Shimoshiroganecho, Hirosaki, Aomori 036-8356 ญี่ปุ่น
พิกัด: Google Maps
เวลาเปิด–ปิด: 09:00–17:00 น. (ช่วงเทศกาลซากุระอาจขยายเวลา)
เว็บไซต์ทางการ / แหล่งที่มา: hirosakipark.jp
แนะนำวิธีการเดินทาง: นั่งรถไฟ JR ลงสถานี Hirosaki ต่อรถบัส Dotemachi Loop ลงป้าย Shiyakusho-mae หรือขับรถเช่าไปจอดที่ลานจอดใกล้เคียง
เที่ยวภูมิภาคชูบุ ชูโกกุ และคิวชู (Chubu, Chugoku, Kyushu) - มรดกโลกและออนเซ็น
เส้นทางแห่งการพักผ่อน แช่น้ำพุร้อน ชมเมืองเก่า และทัศนียภาพอันเป็นเอกลักษณ์
31. หมู่บ้านชิราคาวาโกะ (Shirakawa-go)

หมู่บ้านชาวนาโบราณที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยยูเนสโก โดดเด่นด้วยบ้านสไตล์ "กัสโชซึคุริ" (Gassho-zukuri) ที่มีหลังคามุงด้วยฟางข้าวทรงสูงชันคล้ายมือพนม เพื่อป้องกันไม่ให้หิมะทับถมจนหลังคาพังในฤดูหนาว นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมบรรยากาศ เข้าไปชมภายในบ้านบางหลังที่เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ หรือพักค้างคืนในโฮมสเตย์เพื่อสัมผัสวิถีชีวิตดั้งเดิม ในช่วงฤดูหนาวจะมีการจัดงานประดับไฟ Light-up ที่ยิ่งใหญ่ตระการตา
ที่ตั้ง: Ogimachi, Shirakawa, Ono District, Gifu 501-5627 ญี่ปุ่น
พิกัด: Google Maps
เวลาเปิด–ปิด: 08:00–17:00 น.
เว็บไซต์ทางการ / แหล่งที่มา: shirakawa-go.gr.jp
แนะนำวิธีการเดินทาง: ขับรถจากนาโกย่า โทยาม่า หรือทาคายาม่า โดยเช่ารถจะช่วยให้การทำ Road Trip ทะลุภูเขาในภูมิภาคนี้ง่ายและยืดหยุ่นที่สุด
32. เมืองเก่าทาคายาม่า (Takayama Old Town)

เมืองเล็กๆ กลางหุบเขาที่มีกลิ่นอายของยุคเอโดะ ย่านเมืองเก่าซันมาชิซูจิ (Sanmachi Suji) เต็มไปด้วยอาคารไม้โบราณที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดีเยี่ยม ปัจจุบันเปิดเป็นร้านขายของที่ระลึก โรงกลั่นสาเกท้องถิ่น และร้านอาหารมากมาย กิจกรรมยอดฮิตคือการเดินชิมเนื้อวัวฮิดะเสียบไม้ ซูชิเนื้อฮิดะ และแวะซื้อของฝาก ในตอนเช้ายังมีตลาดเช้าเลียบแม่น้ำมิยางาวะให้คุณได้ซื้อผลไม้สดๆ จากเกษตรกรท้องถิ่น
ที่ตั้ง: Kamiichinomachi, Takayama, Gifu 506-0844 ญี่ปุ่น
พิกัด: Google Maps
เวลาเปิด–ปิด: ร้านค้าส่วนใหญ่เปิด 09:00–17:00 น.
เว็บไซต์ทางการ / แหล่งที่มา: hida.jp
แนะนำวิธีการเดินทาง: นั่งรถไฟ JR แบบด่วนพิเศษ (Hida Wide View) ลงสถานี Takayama หรือขับรถต่อมาจากชิราคาวาโกะ
33. ปราสาทนาโกย่า (Nagoya Castle)

หนึ่งในปราสาทที่สำคัญและใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น สร้างขึ้นตามคำสั่งของโชกุน โทคุกาวะ อิเอยาสุ สัญลักษณ์ที่โดดเด่นที่สุดคือ รูปสลัก "ชะจิโฮโกะ" (Shachihoko) ปลาคาร์ฟหัวเสือทำจากทองคำบริสุทธิ์ที่ประดับอยู่บนยอดหลังคาปราสาท ปัจจุบันพระราชวังฮอนมารุ (Honmaru Goten) ภายในบริเวณปราสาทได้รับการบูรณะใหม่ด้วยไม้หอมฮิโนกิและตกแต่งด้วยจิตรกรรมฝาผนังสีทองอย่างวิจิตรบรรจง
ที่ตั้ง: 1-1 Honmaru, Naka Ward, Nagoya, Aichi 460-0031 ญี่ปุ่น
พิกัด: Google Maps
เวลาเปิด–ปิด: 09:00–16:30 น. (เข้าชมรอบสุดท้าย 16:00 น.)
เว็บไซต์ทางการ / แหล่งที่มา: nagoyajo.city.nagoya.jp
แนะนำวิธีการเดินทาง: นั่งรถไฟใต้ดินสาย Meijo ลงสถานี Shiyakusho (City Hall) เดินต่อ 5 นาที
34. เส้นทางเจแปนแอลป์ กำแพงหิมะ (Tateyama Kurobe Alpine Route)

เส้นทางท่องเที่ยวชมธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ที่ตัดผ่านเทือกเขาทาเทยาม่า ซึ่งได้ฉายาว่าเป็น "หลังคาของญี่ปุ่น" ไฮไลต์สำคัญที่สุดในช่วงฤดูใบไม้ผลิ (เม.ย. - มิ.ย.) คือ "กำแพงหิมะยูกิโนะโอทานิ" ที่เกิดจากการขุดเจาะถนนผ่านหิมะที่ทับถมกันหนาถึง 20 เมตร คุณสามารถเดินชมกำแพงหิมะขนาดยักษ์นี้ได้อย่างใกล้ชิด การเดินทางในเส้นทางนี้ต้องต่อยานพาหนะหลายชนิด ทั้งเคเบิลคาร์ รถบัสไฟฟ้า และกระเช้าลอยฟ้า
ที่ตั้ง: Ashikuraji, Tateyama, Nakaniikawa District, Toyama 930-1406 ญี่ปุ่น
พิกัด: Google Maps
เวลาเปิด–ปิด: เปิดให้บริการเฉพาะตามฤดูกาล (กลางเม.ย. - พ.ย.)
เว็บไซต์ทางการ / แหล่งที่มา: alpen-route.com
แนะนำวิธีการเดินทาง: ขึ้นรถบัสหรือเคเบิลคาร์จากสถานี Tateyama (ฝั่งโทยาม่า) หรือสถานี Shinano-Omachi (ฝั่งนากาโนะ) แนะนำให้จอดรถเช่าไว้ที่สถานีต้นทาง
35. สวนสันติภาพฮิโรชิม่า (Hiroshima Peace Memorial Park)

สวนสาธารณะที่สร้างขึ้นบนพื้นที่ที่เคยเป็นศูนย์กลางการทิ้งระเบิดปรมาณูในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ภายในสวนเป็นที่ตั้งของ "โดมปรมาณู" (A-Bomb Dome) ซากอาคารที่ยังคงรักษาสภาพเดิมไว้เพื่อเตือนใจถึงความโหดร้ายของสงคราม นอกจากนี้ยังมีพิพิธภัณฑ์สันติภาพและอนุสาวรีย์เด็กหญิงซาดาโกะกับนกกระเรียนพับ เป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยความสงบและให้ข้อคิดเตือนใจเรื่องสันติภาพของโลก
ที่ตั้ง: 1 Chome-1 Nakajimacho, Naka Ward, Hiroshima 730-0811 ญี่ปุ่น
พิกัด: Google Maps
เวลาเปิด–ปิด: พื้นที่สวนเปิด 24 ชั่วโมง (พิพิธภัณฑ์เปิด 08:30–18:00 น.)
เว็บไซต์ทางการ / แหล่งที่มา: pcf.city.hiroshima.jp
แนะนำวิธีการเดินทาง: นั่งรถรางฮิโรชิม่าลงสถานี Genbaku Dome-mae
36. ศาลเจ้าอิสึกุชิมะ มิยาจิม่า (Itsukushima Shrine)

ศาลเจ้าลอยน้ำบนเกาะมิยาจิม่าที่มีชื่อเสียงโด่งดังระดับโลก โดดเด่นด้วยประตูโทริอิสีแดงขนาดยักษ์ที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางทะเล เมื่อเวลาน้ำขึ้นจะดูเหมือนประตูและอาคารศาลเจ้าลอยอยู่เหนือน้ำ เป็นหนึ่งในสามทิวทัศน์ที่สวยที่สุดของญี่ปุ่น (Nihon Sankei) เมื่อเวลาน้ำลงนักท่องเที่ยวสามารถเดินลงไปที่สันทรายเพื่อถ่ายรูปใกล้ๆ ประตูโทริอิได้ บนเกาะยังมีกวางป่าอาศัยอยู่ และมีหอยนางรมย่างที่เป็นของดีประจำเกาะ
ที่ตั้ง: 1-1 Miyajimacho, Hatsukaichi, Hiroshima 739-0588 ญี่ปุ่น
พิกัด: Google Maps
เวลาเปิด–ปิด: 06:30–18:00 น.
เว็บไซต์ทางการ / แหล่งที่มา: itsukushimajinja.jp
แนะนำวิธีการเดินทาง: ขับรถเช่าหรือนั่งรถไฟมาที่ท่าเรือ Miyajimaguchi แล้วนั่งเรือเฟอร์รี่ข้ามฟากไปที่เกาะประมาณ 10 นาที
37. ฟุกุโอกะทาวเวอร์ (Fukuoka Tower)

ตึกที่ตั้งอยู่ริมทะเลและสูงที่สุดในภูมิภาคคิวชู ด้วยความสูง 234 เมตร ตัวอาคารปกคลุมด้วยกระจกครึ่งแผ่นกว่า 8,000 บาน ทำให้ดูทันสมัยและส่องประกายเมื่อสะท้อนแสงแดด ด้านบนมีจุดชมวิวที่ความสูง 123 เมตร ให้คุณได้ชมทัศนียภาพของอ่าวฮากาตะและเมืองฟุกุโอกะแบบ 360 องศา ในยามค่ำคืนตึกแห่งนี้จะมีการประดับไฟอิลลูมิเนชันตามธีมของฤดูกาล ซึ่งสวยงามตระการตามาก
ที่ตั้ง: 2 Chome-3-26 Momochihama, Sawara Ward, Fukuoka 814-0001 ญี่ปุ่น
พิกัด: Google Maps
เวลาเปิด–ปิด: 09:30–22:00 น. (เข้าชมรอบสุดท้าย 21:30 น.)
เว็บไซต์ทางการ / แหล่งที่มา: fukuokatower.co.jp/ www.crossroadfukuoka.jp
แนะนำวิธีการเดินทาง: นั่งรถบัส Nishitetsu จากสถานี Hakata หรือสถานี Tenjin มาลงที่ป้าย Fukuoka Tower Minamiguchi
38. ศาลเจ้าดาซาอิฟุ เทนมันกุ (Dazaifu Tenmangu)

ศาลเจ้าที่มีความสำคัญมากสำหรับชาวญี่ปุ่น โดยเฉพาะหมู่นักเรียนและนักศึกษา เพราะที่นี่สร้างขึ้นเพื่อบูชา สุกาวาระ โนะ มิจิซาเนะ เทพเจ้าแห่งการศึกษา ทำให้ผู้คนหลั่งไหลมาขอพรให้สอบผ่านและประสบความสำเร็จ ทางเดินเข้าสู่ศาลเจ้าเต็มไปด้วยร้านค้าน่ารักๆ ที่ไม่ควรพลาดคือการชิม "อุเมะกาเอะโมจิ" (Umegae Mochi) แป้งโมจิย่างไส้ถั่วแดงร้อนๆ และแวะถ่ายรูปกับร้าน Starbucks สาขาดาซาอิฟุที่ตกแต่งด้วยไม้คานสานกันอย่างวิจิตร
ที่ตั้ง: 4 Chome-7-1 Saifu, Dazaifu, Fukuoka 818-0117 ญี่ปุ่น
พิกัด: Google Maps
เวลาเปิด–ปิด: 06:00–19:00 น. (เวลาเปลี่ยนตามฤดูกาล)
เว็บไซต์ทางการ / แหล่งที่มา: dazaifutenmangu.or.jp
แนะนำวิธีการเดินทาง: นั่งรถไฟสาย Nishitetsu ลงสถานี Dazaifu หรือเช่ารถขับจากฟุกุโอกะมาเพียง 30 นาที
39. หมู่บ้านยูฟุอินฟลอรัล (Yufuin Floral Village)

เมื่อมาเยือนเมืองออนเซ็นชื่อดังอย่างยูฟุอิน ต้องไม่พลาดมาเดินเล่นที่นี่ หมู่บ้านจำลองสไตล์ยุโรปเล็กๆ ที่ได้แรงบันดาลใจจากชนบทของอังกฤษ (Cotswolds) ตัวอาคารก่อด้วยอิฐสีเหลืองเตี้ยๆ ประดับด้วยดอกไม้หลากสีสัน ภายในเป็นร้านขายของที่ระลึกธีมการ์ตูนชื่อดังมากมาย เช่น แฮร์รี่พอตเตอร์, มูมิน, โทโทโร่ และยังมีโซนเลี้ยงสัตว์เล็กๆ อย่างกระรอก นกฮูก และเป็ด เป็นจุดที่ถ่ายรูปมุมไหนก็น่ารัก
ที่ตั้ง: 1503-3 Yufuincho Kawakami, Yufu, Oita 879-5102 ญี่ปุ่น
พิกัด: Google Maps
เวลาเปิด–ปิด: 09:30–17:00 น.
เว็บไซต์ทางการ / แหล่งที่มา: yufuinfloralvillage
แนะนำวิธีการเดินทาง: ขับรถเช่าเที่ยวภูมิภาคคิวชูจะสะดวกที่สุด จอดรถในลานจอดใกล้เคียงแล้วเดินเที่ยวชมถนนคนเดินยูฟุอินไปจนถึงทะเลสาบคินรินได้สบายๆ
40. ปราสาทคุมาโมโตะ (Kumamoto Castle)

ได้รับการจัดอันดับให้เป็น 1 ใน 3 ปราสาทที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมตัวปราสาทสีดำทะมึน และกำแพงหินที่โค้งลาดชันเพื่อป้องกันข้าศึกปีนป่าย แม้จะได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในปี 2016 แต่ปัจจุบันตัวอาคารหลัก (Tenshukaku) ได้รับการบูรณะจนเสร็จสมบูรณ์และเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมความยิ่งใหญ่อีกครั้ง ภายในเป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงประวัติศาสตร์ได้อย่างทันสมัย
ที่ตั้ง: 1-1 Honmaru, Chuo Ward, Kumamoto 860-0002 ญี่ปุ่น
พิกัด: Google Maps
เวลาเปิด–ปิด: 09:00–17:00 น.
เว็บไซต์ทางการ / แหล่งที่มา: castle.kumamoto-guide.jp
แนะนำวิธีการเดินทาง: นั่งรถรางเมืองคุมาโมโตะลงป้าย Kumamotojo-mae แล้วเดินต่อประมาณ 10 นาที
FAQ คำถามที่พบบ่อย (เที่ยวญี่ปุ่น 2026)
Q: เที่ยวญี่ปุ่นเดือนไหนดีที่สุด? A: ญี่ปุ่นเที่ยวได้ตลอดปี ขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์ที่ชอบค่ะ
ชอบอากาศหนาว/เล่นหิมะ: ธันวาคม - กุมภาพันธ์ (โดยเฉพาะฮอกไกโดและชิราคาวาโกะ)
ชอบดอกซากุระ: ปลายมีนาคม - กลางเมษายน (โตเกียว, เกียวโต, โอซาก้า)
ชอบใบไม้เปลี่ยนสี: ปลายตุลาคม - พฤศจิกายน (โทโฮคุ, คาวากุจิโกะ, เกียวโต)
Q: ขับรถเที่ยวในญี่ปุ่นยากไหม ต้องเตรียมอะไรบ้าง? A: ขับรถที่ญี่ปุ่นไม่ยากอย่างที่คิดค่ะ เพราะพวงมาลัยอยู่ฝั่งขวาและขับเลนซ้ายเหมือนประเทศไทย สิ่งสำคัญที่ต้องเตรียมคือ ใบขับขี่สากล (ทำที่ขนส่ง) และความระมัดระวังในการปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด
สรุปการเดินทางและข้อแนะนำพิเศษ
การท่องเที่ยวญี่ปุ่นนั้นมีมนต์เสน่ห์ที่สามารถไปเยือนได้ตลอดทั้งปี แต่ละเมืองแต่ละภูมิภาคก็มอบประสบการณ์ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง สำหรับนักเดินทางที่ต้องการความยืดหยุ่น โดยเฉพาะกลุ่มครอบครัวที่มีเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หรือแก๊งเพื่อนที่ชอบแวะถ่ายรูประหว่างทาง การพิจารณาใช้บริการเช่ารถยนต์ขับเองถือเป็นวิธีที่คุ้มค่าและลดความเหนื่อยล้าจากการแบกกระเป๋าขึ้นลงสถานีรถไฟได้มหาศาล
หากคุณกำลังมองหาบริการรถเช่าที่ญี่ปุ่นที่มีมาตรฐาน บริการดีเยี่ยม และเข้าใจนักท่องเที่ยวชาวไทย เราขอแนะนำบริการเช่ารถที่คุณสามารถจองล่วงหน้าได้อย่างง่ายดาย รถสภาพใหม่ พร้อม GPS และประกันภัยครอบคลุม ช่วยให้การขับรถเที่ยวในญี่ปุ่นเป็นเรื่องง่ายและปลอดภัย สนใจดูข้อมูล รถเช่าญี่ปุ่น คลิกอ่านบทความได้เลยค่ะ
เกี่ยวกับผู้เขียน

Nattamon Khonngam
Online Marketing
Bachelor of Business Administration, Kasetsart University (2014–2018)
Master’s Degree in Marketing and Management, Western University (Current)
Online Marketer, specializing in Content Marketing, SEO & Digital Marketing
Skilled in AI, Data Analytics, Content Strategy & Critical Thinking.


