Nissan Rent a Car คืออะไร? รู้จักบริการเช่ารถญี่ปุ่น พร้อมขั้นตอนจองและเตรียมตัวก่อนเดินทาง
Nattamon Khonngamวันที่เผยแพร่ : 2 พฤศจิกายน 2569อ่าน 25 นาที3 ครั้ง

การเดินทางท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่นด้วยตัวเองได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการเช่ารถขับเที่ยวญี่ปุ่นที่มอบอิสระในการเดินทางขั้นสุด สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์ใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการขับรถชมวิวสองข้างทาง แวะพักตามใจชอบ หรือเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวที่รถไฟเข้าไม่ถึง หนึ่งในผู้ให้บริการรถเช่าที่ได้รับความไว้วางใจอย่างสูงคือ Nissan Rent a Car ซึ่งโดดเด่นด้วยคุณภาพรถยนต์จากค่าย Nissan โดยตรง
การเลือกเช่ารถในญี่ปุ่นนั้นตอบโจทย์อย่างยิ่งสำหรับการเดินทางหลายเมือง เที่ยวธรรมชาติ ทริปครอบครัวที่มีผู้สูงอายุ หรือกลุ่มเพื่อนที่มีสัมภาระจำนวนมาก บทความนี้ MIDO Car Rental จะพาทุกท่านไปทำความรู้จักว่า Nissan Rent a Car คืออะไร มีบริการรถประเภทใดบ้าง สาขาไหนเดินทางสะดวก พร้อมเจาะลึกขั้นตอนวิธีจองรถเช่าญี่ปุ่นตั้งแต่ต้นจนจบ เพื่อให้ทริปของคุณราบรื่นที่สุด
หากคุณกำลังวางแผนทริป สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อเตรียมตัวได้จากการรวมสถานที่ท่องเที่ยวญี่ปุ่นยอดฮิต หรือหากตั้งเป้าหมายไปชมภูเขาไฟฟูจิ ก็สามารถดูจุดชมวิวภูเขาไฟฟูจิที่ขับรถไปถึงได้ง่ายๆ สำหรับใครที่เน้นเที่ยวในเมืองหลวงและเมืองรอบนอก เรามีคู่มือเที่ยวโตเกียว และที่เที่ยวโตเกียวน่าสนใจ รวมถึงเคล็ดลับการเลือกซื้อของฝากโตเกียวก่อนกลับ ส่วนสายกินและช้อปปิ้งในแถบคันไซ พลาดไม่ได้กับที่เที่ยวโอซาก้าที่รับรองว่าจัดเต็มทุกไลฟ์สไตล์
Nissan Rent a Car คือใคร

Nissan Rent a Car (นิสสัน เรนท์ อะ คาร์) เป็นแบรนด์ผู้ให้บริการรถเช่าชั้นนำในประเทศญี่ปุ่น บริหารงานโดยบริษัท Nissan Car Rental Solutions Co., Ltd. ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ Nissan Motor Co., Ltd. ผู้ผลิตรถยนต์ยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่น ทำให้มั่นใจได้ว่ารถเช่าทุกคันในระบบเป็นรถยนต์แบรนด์ Nissan ที่ได้รับการบำรุงรักษาอย่างดีเยี่ยมจากศูนย์บริการมาตรฐาน
บริการของ Nissan Rent a Car ครอบคลุมตั้งแต่รถยนต์ขนาดเล็ก (Kei Car) ไปจนถึงรถตู้ Minivan สำหรับครอบครัวใหญ่ และรถยนต์ไฟฟ้า (EV) สุดล้ำ มีสาขาให้บริการครอบคลุมทั่วประเทศญี่ปุ่น ทั้งในสนามบิน สถานีรถไฟชินคันเซ็น และย่านธุรกิจสำคัญ เหมาะกับกลุ่มลูกค้าทุกประเภท ทั้งนักธุรกิจและนักท่องเที่ยว
ช่องทางการจองสามารถทำได้โดยตรงผ่านเว็บไซต์ทางการ Nissan Rent a Car ซึ่งมีเมนูภาษาอังกฤษรองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ การจองตรงกับผู้ให้บริการมักจะได้ข้อเสนอและโปรโมชั่นตามฤดูกาล รวมถึงสิทธิ์ในการเลือกแพ็กเกจประกันภัยที่ครอบคลุมสูงสุด ในขณะที่การจองผ่านตัวแทน (OTA) อาจมีข้อได้เปรียบเรื่องการเปรียบเทียบราคา แต่ผู้เช่าต้องตรวจสอบเงื่อนไขความคุ้มครองให้ละเอียด
5 สาขา Nissan Rent a Car ที่สะดวกสำหรับนักท่องเที่ยว การเลือกสาขารับและคืนรถเป็นสิ่งสำคัญในการวางแผนทริป นี่คือ 5 สาขาหลักของ Nissan Rent a Car Japan ที่ตั้งอยู่ใกล้จุดเชื่อมต่อการเดินทางสำคัญ:
สาขาสนามบินนานาชาตินาริตะ (Narita International Airport - Chiba) ทำเลที่ตั้งอยู่ในบริเวณสนามบิน (Terminal 1 และ Terminal 2) มีบริการรถรับส่ง (Shuttle Bus) ระหว่างอาคารผู้โดยสารและเคาน์เตอร์รถเช่า เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่บินลงนาริตะและต้องการขับรถมุ่งหน้าสู่ภูเขาไฟฟูจิ นิกโก้ หรือภูมิภาคคันโตโดยไม่ต้องแบกกระเป๋าเข้าเมือง
สาขาสนามบินฮาเนดะ (Haneda Airport - Tokyo) ตั้งอยู่ใกล้กับสนามบินฮาเนดะ สะดวกมากสำหรับเที่ยวบินที่ลงจอดใกล้ใจกลางโตเกียว เหมาะกับทริปที่ต้องการขับรถออกต่างจังหวัดทางฝั่งคานากาว่า โยโกฮาม่า หรือฮาโกเน่ได้ทันที
สาขาสถานีโตเกียว (Tokyo Station - Nihonbashi Exit) ตั้งอยู่ใจกลางเมืองหลวง ใกล้สถานีรถไฟโตเกียวที่เป็นจุดศูนย์กลางของชินคันเซ็น เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่นั่งรถไฟมาจากเมืองอื่นแล้วต้องการเช่ารถขับเที่ยวในโตเกียวหรือบริเวณรอบนอก
สาขาสถานีชินโอซาก้า (Shin-Osaka Station) ศูนย์กลางการเดินทางของภูมิภาคคันไซ สาขานี้เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางด้วยชินคันเซ็นมายังโอซาก้า และต้องการเช่ารถเพื่อขับไปเกียวโต นารา โกเบ หรือวาคายาม่า
สาขาสนามบินชินชิโตเสะ (New Chitose Airport - Hokkaido) สาขายอดฮิตสำหรับผู้ที่เดินทางไปฮอกไกโด เนื่องจากการเดินทางในฮอกไกโดด้วยรถไฟมีข้อจำกัดและสถานที่ท่องเที่ยวอยู่ห่างไกลกัน การรับรถที่สนามบินชินชิโตเสะจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุดสำหรับการขับรถเที่ยวในภูมิภาคนี้
(หมายเหตุ: แนะนำให้ตรวจสอบเวลาเปิด-ปิดทำการของแต่ละสาขาผ่านเว็บไซต์ทางการก่อนการจอง เนื่องจากบางสาขาอาจไม่ได้เปิดให้บริการ 24 ชั่วโมง)
ทำไมถึงควรเลือก Nissan Rent a Car ในญี่ปุ่น
รถยนต์รุ่นใหม่และประหยัดน้ำมัน: ได้สัมผัสเทคโนโลยีล่าสุดจาก Nissan เช่น ระบบขับเคลื่อน e-POWER ที่ประหยัดน้ำมันและตอบสนองอัตราเร่งได้ดี
เทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ: รถหลายรุ่นมาพร้อมระบบ ProPILOT ช่วยขับขี่กึ่งอัตโนมัติ ระบบเตือนจุดอับสายตา และกล้องมองรอบทิศทาง (Intelligent Around View Monitor) ที่ช่วยให้การกะระยะจอดรถในญี่ปุ่นง่ายขึ้นมาก
เครือข่ายสาขาครอบคลุม: สามารถเลือกรับและคืนรถต่างสาขาได้ (One-Way Drop off) ภายในภูมิภาคหรือจังหวัดที่กำหนด (อาจมีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม)
การดูแลบำรุงรักษา: มั่นใจได้ในสมรรถนะและความสะอาด เนื่องจากดูแลโดยตรงจากบริษัทผู้ผลิต
ความเหมาะสมกับทุกการเดินทาง: มีตัวเลือกรถหลากหลาย ตอบโจทย์ตั้งแต่ Solo Traveler ไปจนถึงครอบครัวขนาดใหญ่
ภาพรวมตลาดรถเช่าในประเทศญี่ปุ่น
ตลาดรถเช่าในประเทศญี่ปุ่นมีมาตรฐานสูงมาก เน้นเรื่องความปลอดภัย ความสะอาด และการตรงต่อเวลา ผู้ให้บริการหลักมักจะเป็นบริษัทในเครือของค่ายรถยนต์เอง (เช่น Nissan Rent a Car, Toyota Rent a Car) หรือบริษัทที่ดำเนินธุรกิจเช่ารถโดยเฉพาะ (เช่น ORIX Rent a Car, Nippon Rent-A-Car) ซึ่งแต่ละแบรนด์ก็จะมีจุดเด่นและฐานลูกค้าที่แตกต่างกันไป การแข่งขันในตลาดส่งผลดีต่อนักท่องเที่ยว เพราะทำให้มีบริการเสริมที่ครบครัน เช่น ระบบนำทาง (GPS) หลายภาษา บัตรทางด่วน ETC (Electronic Toll Collection) และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง

Nissan Rent a Car มีรถประเภทไหนให้เลือกบ้าง

ประเภทของรถยนต์ถือเป็นหัวใจสำคัญของการเดินทาง Nissan Rent a Car จัดแบ่งหมวดหมู่รถยนต์ไว้อย่างชัดเจน ก่อนตัดสินใจจอง ควรตรวจสอบ ประเภทรถและคลาสรถ อย่างละเอียด:
1. รถยนต์ขนาดเล็ก (Kei Car / Moco, Dayz)
รถยนต์ขนาด 660cc ที่โดดเด่นเรื่องความคล่องตัว จอดง่าย ประหยัดน้ำมันมาก เหมาะสำหรับการนั่ง 2 คนพร้อมสัมภาระขนาดกลาง ไม่เหมาะกับการขับขึ้นเขาชันหรือการวิ่งบนทางด่วนระยะไกล
2. รถยนต์ Compact (Note, March)
รถยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวกลุ่ม 2-3 คน รุ่น Nissan Note e-POWER เป็นตัวเลือกที่ได้รับความนิยมสูงสุดด้วยห้องโดยสารที่กว้างขวาง ประหยัดน้ำมัน และมีพื้นที่เก็บกระเป๋าเดินทางขนาด 24-28 นิ้วได้ประมาณ 2 ใบ
3. รถ Sedan (Sylphy, Skyline)
รถเก๋ง 4 ประตูที่ให้ความนุ่มนวลในการขับขี่ เหมาะกับการเดินทางไกลข้ามเมือง พื้นที่เก็บสัมภาระแยกส่วนชัดเจน เหมาะสำหรับผู้บริหารหรือนักท่องเที่ยว 3-4 คน
4. รถ SUV (X-Trail, Kicks)
ตอบโจทย์สายลุย ทริปหน้าหนาว หรือการขับขึ้นเขา รุ่น X-Trail มีพื้นที่กว้างขวาง ทัศนวิสัยดีเยี่ยม และมักมีตัวเลือกขับเคลื่อน 4 ล้อ (4WD) ให้บริการในพื้นที่ที่มีหิมะตก
5. รถ Minivan สำหรับครอบครัว (Serena, Elgrand)
รถตู้ขนาด 7-8 ที่นั่ง เหมาะที่สุดสำหรับทริปครอบครัว Nissan Serena เป็นรุ่นฮิตที่กว้างขวาง ขึ้นลงสะดวก แต่ควรคำนวณพื้นที่สัมภาระให้ดี หากนั่งเต็ม 8 คน พื้นที่เก็บกระเป๋าจะเหลือน้อย แนะนำให้นั่ง 5-6 คนเพื่อเหลือพื้นที่วางกระเป๋าเดินทาง
6. รถยนต์ไฟฟ้า (EV) (Leaf, Sakura, Ariya)
สำหรับผู้ที่ต้องการรักษ์โลกและสัมผัสเทคโนโลยี EV เต็มรูปแบบ Nissan นำเสนอ Leaf และ Sakura แต่ผู้เช่าต้องวางแผนจุดชาร์จไฟตามเส้นทางให้รัดกุม
Nissan Rent a Car Japan ราคาเท่าไร
ค่าเช่ารถในญี่ปุ่นไม่ได้มีราคาตายตัว แต่ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ ดังนี้:
ประเภทรถ (Car Class): รถ Kei Car ย่อมราคาถูกกว่า SUV หรือ Minivan
ระยะเวลาเช่า: ยิ่งเช่าหลายวัน ค่าเฉลี่ยต่อวันอาจถูกลง
ฤดูกาล (Season): ช่วง High Season (ซากุระ, ใบไม้เปลี่ยนสี, โกลเด้นวีค) จะมีค่าบริการเพิ่ม (High Season Surcharge)
ออปชั่นเสริม: ค่าบริการบัตร ETC, คาร์ซีทสำหรับเด็ก, ยางสำหรับวิ่งบนหิมะ (Snow Tires)
การคืนรถต่างสาขา (One-Way Fee): ฟรีหากอยู่ในรัศมีที่กำหนด แต่ถ้าข้ามจังหวัดหรือข้ามภูมิภาคจะมีค่าธรรมเนียมสูงตามระยะทาง
ประกันรถเช่าญี่ปุ่นที่ต้องรู้ (CDW และ NOC)
ก่อนดูตารางราคา จำเป็นต้องเข้าใจระบบประกันภัยของญี่ปุ่น ซึ่ง Nissan Rent a Car มีระบบความคุ้มครองพื้นฐาน และแพ็กเกจเสริม:
CDW (Collision Damage Waiver): ยกเว้นความรับผิดชอบค่าเสียหายส่วนแรก หากเกิดอุบัติเหตุ
NOC (Non-Operation Charge): เงินชดเชยกรณีรถต้องเข้าซ่อมและสูญเสียโอกาสทางธุรกิจ (มักอยู่ที่ 20,000 เยน หากรถขับกลับมาได้ และ 50,000 เยน หากรถขับกลับไม่ได้)
NAS (Nissan Premium Support): แพ็กเกจสูงสุดที่ครอบคลุมทั้ง CDW, คุ้มครอง NOC รวมถึงบริการเปลี่ยนยางและแบตเตอรี่ฉุกเฉิน แนะนำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติซื้อแพ็กเกจสูงสุดนี้เพื่อความอุ่นใจ
ตารางตัวอย่างประมาณการค่าใช้จ่ายรายวัน (ไม่รวมน้ำมันและทางด่วน)
ตัวเลขด้านล่างนี้เป็นเพียงการประมาณการอ้างอิงจากราคาเฉลี่ยทั่วไปเพื่อใช้ในการวางแผน โปรดตรวจสอบราคาจริงในวันที่ต้องการจองผ่านเว็บไซต์ Nissan Rent a Car
รายการค่าใช้จ่าย | รถ Compact (เช่น Note) | รถ Minivan (เช่น Serena) | หมายเหตุ |
ค่าเช่ารถ (ต่อ 24 ชม.) | ~ 7,000 - 9,000 เยน | ~ 15,000 - 18,000 เยน | อาจมี High Season Surcharge |
ประกันภัย NAS (Full Coverage) | ~ 1,650 เยน / วัน | ~ 2,200 เยน / วัน | แนะนำอย่างยิ่งให้ทำเพื่อความอุ่นใจ |
เช่าบัตร ETC | ~ 330 เยน / การเช่า 1 ครั้ง | ~ 330 เยน / การเช่า 1 ครั้ง | บัตรเปล่า จ่ายค่าทางด่วนตามจริงตอนคืนรถ |
คาร์ซีทเด็ก (ถ้ามี) | ~ 550 - 1,100 เยน / วัน | ~ 550 - 1,100 เยน / วัน | กฎหมายญี่ปุ่นบังคับใช้กับเด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี |
รวมประมาณการต่อวัน | ~ 9,000 - 11,000 เยน | ~ 18,000 - 21,500 เยน | ไม่รวมค่าน้ำมันและทางด่วนตามจริง |
วิธีจอง Nissan Rent a Car แบบทีละขั้นตอน
เพื่อความมั่นใจ สามารถทำตาม 10 ขั้นตอนนี้เพื่อจองรถล่วงหน้า:
เข้าสู่เว็บไซต์: เข้าไปที่ https://nissan-rentacar.com/th/notes/howto-reservation

ตรวจสอบข้อมูล: อ่านเงื่อนไขการเช่าเบื้องต้นและเอกสารที่ต้องใช้
ค้นหาสาขาและวันที่: เลือกสาขารับรถ วันที่-เวลารับ และสาขาคืนรถ วันที่-เวลาคืนรถ

เลือกประเภทรถ: ระบบจะแสดงประเภทรถที่ว่าง เลือกรถที่เหมาะสมกับจำนวนคนและสัมภาระ
เลือกแผนประกันภัย: ระบบจะให้เลือกระหว่าง Standard, CDW หรือ NAS แนะนำให้เลือก NAS (Nissan Premium Support)

เลือกอุปกรณ์เสริม (Options): ติ๊กเลือกบัตร ETC (ETC Card), ระบบนำทาง GPS แบบ Multilingual (ฟรีแต่อาจต้องจองล่วงหน้า) หรือคาร์ซีทสำหรับเด็ก
เข้าสู่ระบบหรือกรอกข้อมูลแบบ Guest: กรอกชื่อ-นามสกุล (ตรงตามพาสปอร์ต), อีเมล, และเบอร์โทรศัพท์ติดต่อ

ตรวจสอบรายละเอียด: ทบทวนวัน เวลา สาขา ประเภทรถ และยอดเงินรวมทั้งหมด
กดยืนยันการจอง: อ่านนโยบายการยกเลิก (Cancellation Policy) ก่อนกดยืนยัน
เก็บหลักฐาน: ระบบจะส่งอีเมลยืนยันการจอง (Booking Confirmation) ให้ปริ้นท์หรือบันทึกหน้าจอไว้แสดงให้เจ้าหน้าที่ในวันรับรถ

เอกสารที่ต้องใช้ในการเช่ารถญี่ปุ่น
พนักงานชาวญี่ปุ่นเข้มงวดเรื่องเอกสารมาก หากเอกสารไม่ครบหรือผิดประเภท จะถูกปฏิเสธการรับรถทันทีโดยไม่มีข้อยกเว้น สำหรับคนไทยต้องเตรียมเอกสารดังนี้:
หนังสือเดินทาง (Passport): เล่มจริง และยังไม่หมดอายุ
ใบขับขี่ไทย: เล่มจริงที่ยังไม่หมดอายุ
ใบขับขี่สากล (International Driving Permit): คนไทยต้องใช้ใบขับขี่สากล ตามอนุสัญญาเจนีวา ค.ศ. 1949 (Geneva Convention 1949) เท่านั้น! เล่มจะมีหน้าปกสีขาว ไม่สามารถใช้อนุสัญญาเวียนนา ค.ศ. 1968 ได้
เอกสารยืนยันการจอง: อีเมล Confirmation จากเว็บไซต์
บัตรเครดิต (Credit Card): ต้องเป็นชื่อเดียวกับผู้เช่าขับหลัก (Main Driver) เพื่อใช้ชำระค่าบริการ
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมและวิธีการทำใบขับขี่สากลอย่างละเอียด สามารถอ่านได้ที่: วิธีทำใบขับขี่สากลสำหรับเดินทางไปญี่ปุ่น
วิธีรับรถเช่า Nissan Rent a Car ในญี่ปุ่น
เมื่อเดินทางมาถึงสาขาที่จองไว้ การรับรถจะมีขั้นตอนมาตรฐานดังนี้:
ยื่นเอกสาร: แสดงพาสปอร์ต ใบขับขี่สากล ใบขับขี่ไทย และใบจองให้พนักงาน
ยืนยันการเช่าและชำระเงิน: เจ้าหน้าที่จะอธิบายเงื่อนไข ประกันภัย และข้อควรระวัง พร้อมให้ชำระเงินค่าเช่า (ส่วนใหญ่นิยมใช้บัตรเครดิต)
ฟังคำแนะนำ: หากคุณเช่าบัตร ETC หรือพาสเหมาจ่ายทางด่วน (เช่น KEP, HEP) เจ้าหน้าที่จะอธิบายการใช้งานและติดตั้งบัตรในเครื่องให้
ตรวจสภาพรถรอบคัน: เดินตรวจรอยขีดข่วนหรือความเสียหายเดิมพร้อมกับพนักงาน แนะนำให้ถ่ายรูปหรือถ่ายวิดีโอรอบคันไว้เป็นหลักฐานอย่างละเอียด
ตรวจสอบภายในรถและน้ำมัน: ตรวจสอบรอยภายใน เช็คว่าน้ำมันเต็มถัง และให้เจ้าหน้าที่สอนวิธีตั้งค่า GPS (เช่น การค้นหาปลายทางด้วย Mapcode หรือเบอร์โทรศัพท์)
ขอเบอร์ติดต่อฉุกเฉิน: เก็บหมายเลขโทรศัพท์กรณีเกิดอุบัติเหตุหรือรถเสียไว้ใกล้ตัว ก่อนขับรถออกจากศูนย์
การคืนรถเช่าในญี่ปุ่นต้องทำอย่างไร

เติมน้ำมันให้เต็มถัง (Full to Full): แวะปั๊มน้ำมันที่อยู่ใกล้สาขาคืนรถที่สุด (มักจะกำหนดให้ไม่เกินรัศมี 3-5 กิโลเมตร) เก็บใบเสร็จค่าน้ำมันไว้แสดงให้พนักงานดูว่าเพิ่งเติมมาจริง
เผื่อเวลาเดินทาง: ควรมาถึงสาขาคืนรถก่อนเวลาอย่างน้อย 30-45 นาที หากมาคืนสาย (Late Return) จะถูกคิดค่าปรับตามรายชั่วโมงในอัตราที่สูง
ตรวจสอบทรัพย์สิน: อย่าลืมตรวจดูโทรศัพท์ สายชาร์จ กระเป๋าตังค์ ในช่องเก็บของและใต้เบาะ
เจ้าหน้าที่ตรวจสภาพรถ: พนักงานจะเดินตรวจรอยรอบคันและเช็คระดับน้ำมัน
ชำระค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม: หากมีการใช้ทางด่วนผ่านบัตร ETC ที่เช่ามา เจ้าหน้าที่จะปรินท์สลิปยอดรวมค่าทางด่วนทั้งหมด เพื่อให้เราชำระผ่านบัตรเครดิตหรือเงินสดตรงนั้น
รับเอกสารคืนรถเสร็จสมบูรณ์: ถือเป็นการจบสิ้นกระบวนการเช่ารถ
ขับรถเที่ยวญี่ปุ่นต้องรู้อะไรบ้าง

การขับรถในประเทศที่ไม่คุ้นเคยต้องอาศัยความระมัดระวัง กฎจราจรในญี่ปุ่นมีความคล้ายไทยตรงที่ ขับรถพวงมาลัยขวา ชิดเลนซ้าย แต่อย่างอื่นมีความแตกต่างและเข้มงวดกว่ามาก:
ป้ายหยุด (STOP / 止まれ): ป้ายสามเหลี่ยมคว่ำสีแดงเขียนว่า "止まれ" (Tomare) เป็นกฎเหล็ก! เมื่อเจอจุดนี้ ต้องเบรกรถให้หยุดนิ่งสนิทล้อตาย หันมองซ้ายขวาอย่างชัดเจนก่อนจึงจะออกตัวได้ การไหลรถช้าๆ ถือว่าผิดกฎหมายจราจรและโดนปรับหนัก
ทางม้าลายและคนข้ามถนน: คนเดินเท้าคือพระเจ้าในญี่ปุ่น หากเห็นคนยืนรอข้ามทางม้าลาย รถทุกคันต้องหยุดให้ข้ามก่อนเสมอ
ความเร็วจำกัด (Speed Limit): โดยทั่วไปในเขตเมืองอยู่ที่ 40-50 กม./ชม. และบนทางด่วน 80-100 กม./ชม. กล้องจับความเร็วมีอยู่ทั่วไป
การใช้ทางด่วนและ ETC: ทางด่วนญี่ปุ่นมีราคาค่อนข้างสูง แนะนำให้เช่าบัตร ETC (คล้าย Easy Pass) เสียบไว้ที่เครื่อง เมื่อผ่านด่านให้เข้าช่องสีม่วง (ETC) ขับช้าๆ ไม่เกิน 20 กม./ชม. ไม้กั้นจะเปิดอัตโนมัติ
การเติมน้ำมัน: ปั๊มน้ำมันมีทั้งแบบมีเด็กปั๊ม (Full Service) และเติมเอง (Self Service) หากเติมเอง ให้สัมผัสแผ่นระบายไฟฟ้าสถิตก่อนจับหัวจ่าย น้ำมันเบนซินธรรมดา (Regular) มักจะเป็นหัวจ่ายสีแดง
กฎการดื่มสุรา (Zero Tolerance): กฎหมายญี่ปุ่นเอาจริงเอาจังกับการเมาแล้วขับมาก ห้ามมีแอลกอฮอล์ในเลือดแม้แต่นิดเดียว ผู้โดยสารในรถที่นั่งไปกับคนเมาก็จะโดนปรับและรับโทษด้วยเช่นกัน
ที่จอดรถ: ห้ามจอดรถริมถนนเด็ดขาด (เว้นแต่มีป้ายอนุญาตแบบเสียเงิน) ต้องจอดในที่จอดรถแบบเสียเงิน (Coin Parking) เท่านั้น
ข้อดีและข้อจำกัดของการเช่ารถเที่ยวญี่ปุ่น
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน เราลองมาเปรียบเทียบการเช่ารถกับระบบรถไฟ:
ปัจจัยการเดินทาง | การเช่ารถขับเอง | รถไฟและขนส่งสาธารณะ |
ความยืดหยุ่น | สูงสุด แวะพัก จอดถ่ายรูป หรือเปลี่ยนแผนได้ตลอดเวลา | กำหนดตามตารางเวลาเป๊ะๆ พลาดรถไฟอาจเสียแผน |
การจัดการสัมภาระ | สบายมาก โยนใส่หลังรถ ไม่ต้องลากขึ้นลงบันไดสถานี | ลำบาก หากมีกระเป๋าใบใหญ่หลายใบ หรือต้องเบียดคนในชั่วโมงเร่งด่วน |
ค่าใช้จ่าย | คุ้มค่าเมื่อหารกัน 3-4 คนขึ้นไป แต่มีค่าใช้จ่ายแฝง (ทางด่วน จอดรถ น้ำมัน) | คุ้มค่าสำหรับ 1-2 คน หรือเมื่อใช้ Pass เหมาจ่าย (เช่น JR Pass) |
การเข้าถึงพื้นที่ธรรมชาติ | เข้าถึงได้ทุกที่ (ชนบท ออนเซ็นลึกลับ ทะเลสาบ) | เข้าถึงได้จำกัด บางจุดต้องต่อรถบัสหลายต่อ |
การเดินทางในเมืองใหญ่ | รถติด หาที่จอดรถยากและค่าจอดรถแพงมาก (ไม่แนะนำในโตเกียว/โอซาก้า) | สะดวก รวดเร็ว และครอบคลุมทั่วเมืองที่สุด |
เช่ารถญี่ปุ่น บริษัทไหนดี
คำถามคลาสสิกสำหรับนักท่องเที่ยวคือ "เช่ารถเจ้าไหนดี?" ทั้ง Nissan Rent a Car, Toyota Rent a Car, ORIX Rent a Car, และ Nippon Rent-A-Car ล้วนเป็นบริษัทที่ได้มาตรฐานระดับประเทศ การตัดสินใจเลือกมักจะขึ้นอยู่กับ:
ความชื่นชอบในแบรนด์รถ: หากชอบรถ Nissan (Note, X-Trail) ก็ไป Nissan Rent a Car, หากชอบ Yaris หรือ Alphard ก็เลือก Toyota
ราคาและโปรโมชั่นในช่วงนั้น: บางทีตัวแทนรับจอง OTA หรือเว็บไซต์บริษัทเองก็มีแคมเปญลดราคา 10-20%
สาขาที่รับ-คืนรถ: บริษัทไหนมีสาขาใกล้โรงแรม หรือสนามบินที่เราลงจอดมากที่สุด แบรนด์ใหญ่อย่าง Nissan Rent a Car มักจะมีจุดได้เปรียบตรงที่มีสาขาครอบคลุมจุดสำคัญครบถ้วน
สำหรับผู้ที่ยังลังเล สามารถอ่านคำแนะนำเกี่ยวกับการเช่ารถญี่ปุ่น ภาพรวมเพิ่มเติมเพื่อช่วยในการตัดสินใจได้
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Nissan Rent a Car (FAQ)
1. Nissan Rent a Car คือบริษัทอะไร? บริษัทให้บริการเช่ารถยนต์ในญี่ปุ่นที่บริหารโดยตรงจากเครือ Nissan Motor มีรถนิสสันรุ่นใหม่ๆ ให้บริการในมาตรฐานศูนย์บริการระดับสูง
2. สามารถจองรถ Nissan Rent a Car ได้ผ่านช่องทางไหน? จองโดยตรงได้ผ่านเว็บไซต์ทางการ (https://nissan-rentacar.com/english/) ซึ่งมีเมนูภาษาอังกฤษสำหรับชาวต่างชาติ หรือจองผ่านตัวแทนจำหน่ายต่างๆ (OTA)
3. คนไทยสามารถจองและเช่ารถได้หรือไม่? ได้แน่นอน เพียงแค่มีหนังสือเดินทาง ใบขับขี่ไทย และใบขับขี่สากลตามอนุสัญญาเจนีวา 1949 ที่ยังไม่หมดอายุ
4. ค่าเช่ารถ Nissan Rent a Car เริ่มต้นที่ประมาณเท่าไร? สำหรับรถขนาด Compact (เช่น Nissan Note) มักเริ่มต้นที่ประมาณ 7,000 - 9,000 เยนต่อวัน (ไม่รวมประกันสูงสุดและอุปกรณ์เสริม)
5. ต้องใช้ใบขับขี่สากลประเภทใด? สำหรับคนไทย ต้องใช้อนุสัญญาเจนีวา ค.ศ. 1949 (Geneva Convention 1949) เล่มสีขาว เท่านั้น
6. สามารถรับรถและคืนรถคนละสาขาได้หรือไม่ (One-way Rental)? ทำได้ โดยเลือกระบุสาขาคืนรถในขั้นตอนจอง หากอยู่ในจังหวัดหรือเขตเดียวกันอาจฟรีค่าธรรมเนียม แต่หากคืนข้ามภูมิภาคจะมีค่าธรรมเนียมการคืนรถต่างสาขาซึ่งค่อนข้างสูง
7. มีรถสำหรับครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อนจำนวนมากหรือไม่? มีรถประเภท Minivan เช่น Nissan Serena (7-8 ที่นั่ง) หรือ Elgrand เป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับครอบครัว
8. ต้องจองรถล่วงหน้านานแค่ไหน? ควรจองล่วงหน้าอย่างน้อย 1-2 เดือน ยิ่งถ้าเดินทางช่วง High Season (ซากุระ หิมะปีใหม่) ควรจองล่วงหน้า 3 เดือนขึ้นไป เพราะรถตู้และรถประเภทขับเคลื่อน 4 ล้อจะเต็มเร็วมาก
9. ค่าเช่ารถรวมประกันภัยหรือยัง? ค่าเช่ารถพื้นฐานมักจะรวมประกันภัยบุคคลที่ 3 พื้นฐานแล้ว แต่ยัง "ไม่รวม" CDW และ NOC ทางเราแนะนำให้ซื้อแพ็กเกจเสริม NAS (Nissan Premium Support) เพิ่มเติมในขั้นตอนจอง
10. หากคืนรถล่าช้ากว่าที่กำหนดจะเกิดอะไรขึ้น? จะมีค่าปรับ Late Charge ตามอัตราที่บริษัทกำหนด หากรู้ตัวว่าคืนช้า ให้รีบโทรแจ้งสาขาหรือเบอร์ Call Center ล่วงหน้าเสมอ
11. สามารถยกเลิกหรือแก้ไขการจองได้หรือไม่? สามารถทำได้ผ่านเว็บไซต์ แต่ต้องทำก่อนวันเดินทางตามนโยบายที่ระบุ หากยกเลิกกระชั้นชิด (เช่น ภายใน 7 วันก่อนรับรถ) อาจมีค่าธรรมเนียมการยกเลิก (Cancellation Fee)
12. ต้องจ่ายค่าทางด่วนและค่าน้ำมันอย่างไร? ค่าน้ำมันผู้เช่าต้องจ่ายเองตามที่เติม (รับมาเต็มถัง คืนเต็มถัง) ส่วนค่าทางด่วน แนะนำให้เช่าบัตร ETC Card เสียบไว้ในรถ วิ่งผ่านด่านไปก่อนแล้วค่อยกลับมาให้เจ้าหน้าที่รูดเก็บเงินตอนคืนรถ
13. ควรตรวจสอบอะไรบ้างก่อนขับรถออกจากสาขา? เดินตรวจรอยขีดข่วนรอบคันพร้อมถ่ายวิดีโอ เช็คยางอะไหล่ เช็คระดับน้ำมัน ขอเบอร์ติดต่อฉุกเฉิน และให้พนักงานเปลี่ยนเมนู GPS เป็นภาษาอังกฤษ
14. ขับรถในฤดูหนาว ต้องเตรียมตัวอย่างไร? หากเดินทางไปฮอกไกโด หรือภูมิภาคที่มีหิมะ ต้องระบุขอเช่ายางสำหรับวิ่งบนหิมะ (Snow Tires) ตั้งแต่ตอนจองเสมอ และควรเช่ารถที่เป็นระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ (4WD) เพื่อความปลอดภัยสูงสุด
Nissan Rent a Car เหมาะกับใคร
เมื่อพิจารณาบริการทั้งหมดแล้ว Nissan Rent a Car เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับ:
ครอบครัวที่มีเด็กหรือผู้สูงอายุ: สะดวกในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย หรือรถเข็นเด็ก ไม่ต้องเดินไกล หรือขึ้นลงบันไดรถไฟ
กลุ่มเพื่อน 4 คนขึ้นไป: เมื่อนำค่าเช่า หารด้วยจำนวนคน มักจะประหยัดกว่าการซื้อ JR Pass หรือพาสรถไฟภูมิภาค
นักท่องเที่ยวสายถ่ายภาพธรรมชาติ: ต้องการเวลาปราศจากข้อจำกัดในการรอแสงเช้าหรือแสงเย็นตามทะเลสาบ ภูเขา หรือหมู่บ้านโบราณ
ผู้ที่ชื่นชอบเทคโนโลยีรถยนต์: ต้องการสัมผัสระบบ e-POWER หรือระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ProPILOT ที่ขึ้นชื่อของ Nissan
ในทางกลับกัน การเช่ารถ ไม่เหมาะ สำหรับผู้ที่เดินทางคนเดียวหรือ 2 คน และมีแผนใช้ชีวิตอยู่แต่ในเมืองใหญ่ๆ อย่าง โตเกียว โอซาก้า เพราะระบบรถไฟสะดวกกว่า ถูกกว่า และไม่ต้องปวดหัวเรื่องการหาที่จอดรถที่แพงแสนแพงในเขตเมือง
บทสรุป : ขับรถเที่ยวญี่ปุ่นให้สนุกและปลอดภัย เตรียมตัวให้พร้อมก่อนเดินทาง
การเช่ารถขับในประเทศญี่ปุ่นกับ Nissan Rent a Car ถือเป็นการเปิดประสบการณ์การท่องเที่ยวที่ให้อิสระอย่างแท้จริง ด้วยเครือข่ายสาขาที่ครอบคลุม รถยนต์คุณภาพจากค่ายนิสสัน และระบบประกันภัยที่ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติอุ่นใจ สิ่งสำคัญที่สุดที่ต้องตระหนักคือ การจองรถล่วงหน้าแต่เนิ่นๆ, การเตรียมเอกสารใบขับขี่สากล (เจนีวา 1949) ให้ถูกต้อง, การทำความเข้าใจกฎจราจร (ป้ายหยุด STOP, กฎแอลกอฮอล์เป็นศูนย์) และการเลือกซื้อประกันภัยความคุ้มครองสูงสุดแบบไม่มีค่าความรับผิดชอบส่วนแรก
ก่อนทำการจอง อย่าลืมตรวจสอบราคาและเงื่อนไขล่าสุดได้ที่เว็บไซต์ทางการของ Nissan Rent a Car เสมอ
เกี่ยวกับผู้เขียน

Nattamon Khonngam
Online Marketing
Bachelor of Business Administration, Kasetsart University (2014–2018)
Master’s Degree in Marketing and Management, Western University (Current)
Online Marketer, specializing in Content Marketing, SEO & Digital Marketing
Skilled in AI, Data Analytics, Content Strategy & Critical Thinking.



